
ตปท.ขายบาทอ่อนเชียร์ซื้อSCC-CPF
เอเซีย พลัส คาดการเมืองร้อนแรงไล่เงินต่างชาติสัปดาห์นี้ แนะซื้อหุ้น SCC CPF
เอเซีย พลัส คาดการเมืองร้อนแรงไล่เงินต่างชาติสัปดาห์นี้ แนะซื้อหุ้น SCC CPF
บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส (ASP) เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนในสัปดาห์นี้ (26-30 ส.ค. 2556) ว่า การเมืองที่ร้อนแรงขึ้นจะเป็นตัวเร่งให้เงินทุนไหลออก สร้างแรงกดดันต่อดัชนีหุ้นต่อเนื่อง ขณะที่เงินบาทอ่อนตัวลง จะเป็นประโยชน์สำหรับบริษัทที่มีรายได้เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ โดยเลือกหุ้นบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) และบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF)
ทั้งนี้ SCC ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่เป็น Dollar Link โดยสถานะสุทธิหลังหักการป้องกันความเสี่ยงพบว่าการอ่อนค่าลงของเงินบาททุก 1 บาท/เหรียญสหรัฐ จะทำให้บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นประมาณ 400 ล้านบาท โดยมีมูลค่าหุ้นที่เหมาะสม 545 บาท
ค่าเงินบาทที่อ่อนลงส่งผลดีต่อกลุ่มเกษตรและอาหาร หุ้นเด่นได้แก่ CPF ซึ่งรายได้อยู่ในรูปสกุลเงินต่างประเทศราว 65% ขณะที่ต้นทุนเป็นสกุลต่างประเทศมีสัดส่วน 50% จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นจากประมาณการปัจจุบัน 4.9% ทุกการอ่อนตัวของค่าเงิน 1 บาท โดย CPF มีมูลค่าที่เหมาะสม 32.30 บาท
การเมืองทั้งในและนอกสภามีแนวโน้มร้อนแรงขึ้น หลังผ่านกระบวนการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2557 (ซึ่งต้องผ่านจากสภาผู้แทนฯ ภายในวันที่ 26 ส.ค. 2556) และต้องกลับมาพิจารณาในประเด็นกฎหมายที่ร้อนแรงและมีความขัดแย้งค่อนข้างมาก ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่รออยู่ข้างหน้าอีก สำหรับร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินฯ 2 ล้านล้านบาท ยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะเข้าสู่การพิจารณาเมื่อใด ทั้งนี้ สมัยประชุมสภารอบนี้จะจบช่วงประมาณสิ้นเดือน พ.ย. หรือต้น ธ.ค. 2556
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (19-23 ส.ค.) นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิหุ้นภูมิภาคอย่างหนัก 1,750 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการขายในทุกประเทศเว้นเพียงเกาหลีใต้เพียงประเทศเดียวที่ซื้อสุทธิเล็กน้อยราว 197 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ไทยถูกขายสุทธิออกมาสูงสุดถึง 765 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.4หมื่นล้านบาท แต่เมื่อพิจารณาจากต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุนกลุ่มนี้ตั้งแต่ต้นปี 2552 ซึ่งมียอดซื้อสุทธิสะสมสูงสุดถึง 2 แสนล้านบาท พบว่าอยู่ที่ระดับดัชนีประมาณ 1,033 จุด จึงเป็นไปได้ที่แรงขายจะยังเกิดขึ้นต่อไป ตราบที่ยังมีแรงกระตุ้นไม่ว่าจะเป็นจากสถานการณ์การเมือง หรือโอกาสสร้างผลตอบแทนการลงทุนในภูมิภาคอื่นที่สูงกว่า







