posttoday
ใกล้จุดหุ้นดีดกลับ?

ใกล้จุดหุ้นดีดกลับ?

23 สิงหาคม 2556

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจ จะพบว่ามีข่าวร้ายหรือเรียกให้ดีหน่อย ก็คือปัจจัยลบอยู่เต็มตลาด ไม่ว่าเรื่องของการปรับการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ที่เป็นเครื่องซ้ำเติม หลายสิ่งที่มีการวิตกไว้ก่อนหน้านี้ และการนำเสนอของสื่อในยุคนี้ก็รวดเร็วและมีการตีความได้อย่างกว้างขวาง และยังไม่นับปัจจัยทางการเมืองที่มีท่าทีจะรุนแรงมากกว่าเดิม อย่าลืมนะครับ เคยเตือนท่านผู้อ่านแล้วว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ความสำคัญอยู่ที่โครงการ 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้อยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น ข่าวที่ออกมา ไม่ว่า เรื่อง GDP ที่ปรับตัวลดลง การเมืองแย่ ก็เป็นเหตุผลที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ผลที่เกิดมาก็เลยทำให้เป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดแรงขายอย่างหนักในตลาดหุ้นไทย !

ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านผู้อ่านที่ติดตามข่าวเศรษฐกิจ จะพบว่ามีข่าวร้ายหรือเรียกให้ดีหน่อย ก็คือปัจจัยลบอยู่เต็มตลาด ไม่ว่าเรื่องของการปรับการคาดการณ์ตัวเลขเศรษฐกิจของสภาพัฒน์ที่เป็นเครื่องซ้ำเติม หลายสิ่งที่มีการวิตกไว้ก่อนหน้านี้ และการนำเสนอของสื่อในยุคนี้ก็รวดเร็วและมีการตีความได้อย่างกว้างขวาง และยังไม่นับปัจจัยทางการเมืองที่มีท่าทีจะรุนแรงมากกว่าเดิม อย่าลืมนะครับ เคยเตือนท่านผู้อ่านแล้วว่า การกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ ความสำคัญอยู่ที่โครงการ 2 ล้านล้านบาท ไม่ได้อยู่ที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น ข่าวที่ออกมา ไม่ว่า เรื่อง GDP ที่ปรับตัวลดลง การเมืองแย่ ก็เป็นเหตุผลที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความเสี่ยงของประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ผลที่เกิดมาก็เลยทำให้เป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดแรงขายอย่างหนักในตลาดหุ้นไทย !

ก่อนที่จะไปมองมุมว่า เกิดอะไรขึ้นกับตลาดหุ้นไทย ต้องเข้าใจก่อนว่า โดยพื้นฐานของตลาดหุ้นที่เราเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยเราดี ก็มีหลายอย่างที่ถือว่าสะท้อนไปในราคาหุ้นมากพอสมควรแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของกำไรของบริษัทจดทะเบียน เมื่อดูตัวเลขการประกาศผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกปี 2556 เทียบกับปี 2555 จะพบว่ามีกำไรโตขึ้นประมาณ 17% แต่เมื่อมาดูการเคลื่อนไหวของ Set Index ในช่วงสิ้น มิ.ย. 2555 อยู่ที่ 1,172 จุด และเมื่อมาเปรียบสิ้น มิ.ย. 2556 อยู่ที่ 1,451 จุด จะเห็นว่ามีการปรับตัวขึ้นมากกว่า 20% ซึ่งก็หมายถึงการตอบรับข่าวกำไรแล้ว ปัญหาก็คือ เมื่อมีการปรับ GDP ลง กำไรในช่วงครึ่งปีหลัง 2556 ยังโตตามที่คิดไว้หรือไม่ ถ้าไม่โตหรือปรับประมาณการลงก็น่าจะทำนายได้ว่าเป้าหมายของ Set Index ก็น่าจะลงด้วย กรณีสมมติฐานเป็นตามนี้ กรณีมีการวางเป้าหมาย Set Index ต้นปีไว้ที่ 1,600 จุด คิดการปรับตัวลดลง 20% (GDP ปรับลดจาก 5% มาสู่ 4% ก็ 20% เช่นกัน) ก็ได้ตัวเลข 1,280 จุด ซึ่งนั่นอาจจะเป็นเป้าหมายของการลงครั้งนี้ก็ได้ ???

กลับมาที่ภาพใหญ่ของเม็ดเงินลงทุน ในกราฟที่มีการนำแสดงเป็นการเปรียบเทียบค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และสิ่งที่เราเห็นก็คือ การ Break Out ภาพแนวต้าน (แปลว่า ค่าเงินบาทอ่อน) เกิดขึ้นในต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งในแง่แนวคิดของการลงทุนท่านคงทราบ การเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้หมายถึงการที่ขายสกุลเงินบาทและนำเงินไปซื้อดอลลาร์ ซึ่งเมื่อพิจารณาการขายสุทธิในตลาดหุ้นไม่บอกก็คงทราบว่ามีการขายหุ้นในตลาดและนำเงินออก ปัญหาที่ต้องติดตามก็คือการขายในลักษณะนี้เป็นการขายในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดหรือไม่ และเป็นการขายทั้งภูมิภาคหรือไม่ เพราะผลกระทบในสิ่งที่เกิดขึ้น จะทำให้ปัญหาเกิดขึ้นในระยะกลางยาว ซึ่งหมายถึงเงินที่นำออกไปจะไม่เข้ามาในระยะสั้น ซึ่งกรณีนำแนวคิดดังกล่าวมาผูกติดกับตลาดหุ้นไทย ก็จะพบว่าตลาดหุ้นไทยมีการปรับตัวขึ้นมาตั้งแต่ปี 2009 ส่วนหนึ่งอาจจะเพราะราคาตลาดหุ้นไทยถูก แต่ปัจจัยสำคัญน่าจะเป็นเรื่องของการไหลเข้าของเม็ดเงินมากกว่า และในช่วงเวลานั้นต้องยอมรับมีเงินระยะยาวเข้ามาด้วย เพราะฉะนั้น ในช่วงผลตอบแทนตั้งแต่ปี 2009 ถึงปัจจุบัน จะมีการได้ผลตอบแทนค่อนข้างมาก ไม่ว่าพิจารณาจากอัตราแลกเปลี่ยนบาทที่แข็งค่าและผลตอบแทนในตลาดหุ้น เพราะฉะนั้น กรณีการไหลออกของเงินเป็นเงินลงทุนระยะยาวปัญหาจะเกิดขึ้นว่าการไหลออกของเงินแล้วอาจจะไม่หวนกลับมาในระยะสั้น เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเห็นในตลาดหุ้นหลังจากการตกต่ำครั้งนี้ การดีดกลับชั่วคราวจะเกิดขึ้น แต่หลังจากนั้นการเกิดภาวะซบเซาจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

กล่าวโดยสรุป ปัญหาของตลาดหุ้น ณ ปัจจุบัน เป็นปัจจัยลบที่รุนแรงมากในระยะกลาง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำหรับราคาหุ้นจะพบว่าการปรับตัวลดลงมาแรงติดกันหลายวัน จึงคาดได้ว่า ณ บริเวณ 1,330-1,280 จุด น่าจะมีจุดในการดีดกลับ เพราะเหตุจากการเข้าซื้อของนักเก็งกำไรระยะสั้น หรือการปิดสถานะของกองทุน จึงทำให้บริเวณตัวเลขดังกล่าวอาจจะมีการดีดกลับได้ แต่หลังการดีดกลับครั้งนี้ นั่นก็คือ สิ่งที่ต้องวิตกกังวลของจริง !

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ