
เอทัส รุกเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์รับตลาดพื้นตัว
หากอยู่ในย่านใจกลางเมืองอย่างสีลม สุขุมวิท เราจะพบโรงแรมตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับ 5 ดาว
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
หากอยู่ในย่านใจกลางเมืองอย่างสีลม สุขุมวิท เราจะพบโรงแรมตั้งแต่ราคาประหยัดไปจนถึงระดับ 5 ดาว เรียงรายตลอดแนว รับกระแสการท่องเที่ยวไทยที่เติบโต มีนักท่องเที่ยวเข้ามามาก ซึ่งกลุ่มเอทัส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ ก็เป็นเครือโรงแรมหนึ่งที่มีโรงแรมอยู่ในย่านนี้
สุรเชษฐ วรวงศ์วสุ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มเอทัส โฮเทล แอนด์ เรสซิเดนซ์ กล่าวว่า กลุ่มเอทัสฯ มีโรงแรม 2 แห่ง คือ เอทัส บางกอก บริเวณซอยร่วมฤดี สถานีรถไฟฟ้าเพลินจิต และเอทัส ลุมพินี บริเวณใกล้สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลุมพินี นอกจากนี้ก็มีเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ ชื่อ เอทัส เรสซิเดนซ์ อยู่บริเวณใกล้เคียงโรงแรมเอทัส บางกอก และล่าสุดกลุ่มเอทัสฯ ก็เดินหน้าขยายธุรกิจเพิ่ม เปิดตัวโครงการใหม่ แอท อีส ศาลาแดง บาย เอทัส ซึ่งถือเป็นการขยายเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ใหม่ในกลุ่มเอทัสฯ เพื่อสร้างความแตกต่างกับแบรนด์เอทัส ซึ่งจะเป็นที่พัก 5 ดาว ขณะที่แอท อีสฯ เป็นที่พัก 4 ดาว โดยเป็นการซื้อกิจการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์จากเจ้าของเดิม นำอาคารมาปรับปรุงใหม่ด้วยงบประมาณ 350 ล้านบาท
สาเหตุที่หันมาบุกตลาดเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เพราะเชื่อว่าตลาดนี้มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวดี โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 จะนำลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านมาใช้บริการเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ได้มาก ทำให้เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีแนวโน้มทำยอดเข้าพักได้ดีกว่าโรงแรม และรายได้ก็ไม่ผันผวนมากเท่ากับโรงแรมด้วย โดยจากสถิติที่กลุ่มเอทัสฯ เก็บได้จากโรงแรมและเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ทำอยู่แล้ว พบว่าเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 80% ทั้งปี ขณะที่โรงแรมจะมีอัตราเข้าพักดีเฉพาะช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวเท่านั้น
ทั้งนี้ ตั้งแอท อีสฯ เป็นอาคาร 7 ชั้น มีห้องพัก 69 ห้อง กลุ่มเอทัสฯ ตั้งเป้าหมายว่า หลังจากเปิดแอท อีสฯ ไปแล้ว จะมีอัตราเข้าพักทั้งปีที่ 80% เช่นเดียวกันปัจจุบันพยายามสร้างแบรนด์แอท อีสฯ ให้เป็นที่รู้จักในตลาดอย่างต่อเนื่อง มีอัตราเข้าพักแล้ว 40% โดยกลุ่มที่สนใจใช้บริการมาก คือ บริษัทที่มีธุรกิจอยู่บริเวณรอบถนนสีลมและสาทร มักจะจองห้องพักเพื่อให้ระดับบริหาร ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่มาประจำสาขาในไทยเข้าพัก ไปจนถึงลูกค้าเข้าพัก จึงมั่นใจว่าเมื่อไปถึงสิ้นปีนี้อัตราเข้าพักน่าจะเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้แน่นอน
“แอท อีสฯ เป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงแรมด้วย เหมือนกับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ที่ทำโดยเครือโรงแรมอื่น เพราะต้องการเจาะกลุ่มเป้าหมายผู้พักอาศัยระยะยาวชัดเจน ไม่ได้เปิดรับลูกค้ารายวันเหมือนกับโรงแรม ส่วนใหญ่กลุ่มเป้าหมายที่มาใช้บริการจะเข้าพัก 36 เดือน โดย 7080% เป็นชาวญี่ปุ่น เนื่องจากในย่านสีลม สาทร มีบริษัทญี่ปุ่นอยู่จำนวนมาก” สุรเชษฐ กล่าว
สำหรับย่านสีลม สาทร นี้มีคอนโดมีเนียมเกิดขึ้นมาก และมีกลุ่มผู้ซื้อห้องคอนโดมิเนียมที่นำห้องมาปล่อยให้เช่า ซึ่งราคาต่ำกว่าการพักเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ แต่กลุ่มเอทัสฯ ไม่กังวล เพราะมองว่ากลุ่มเป้าหมายต่างกัน กลุ่มที่ไปเช่าห้องคอนโดมิเนียมอาจเป็นกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน พักอาศัยในไทยนานแล้ว รู้ช่องทางเดินทางต่างๆ อย่างดี แต่สำหรับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ กลุ่มเป้าหมายคือ บริษัทที่ทำหน้าที่ในการเลือกหาห้องพักให้กับลูกค้าหรือระดับบริหาร
อย่างไรก็ตาม แม้กลุ่มเอทัสฯ ขยายธุรกิจเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์มากขึ้น แต่ก็ยังต้องการขยายโรงแรมอยู่ ขึ้นอยู่กับจังหวะและโอกาสในช่วงนั้นว่าพื้นที่ที่หามาได้เหมาะสมกับการพัฒนาเป็นอะไร โดยบริษัทก็มองหาที่ดินเปล่าหรืออาคารสร้างเสร็จที่สามารถนำมาปรับปรุงได้ตลอดเวลา เน้นในย่านธุรกิจใจกลางเมือง ในส่วนของโรงแรมเอทัสทั้งสองแห่ง มีอัตราเข้าพักสูงน่าพอใจ โดยเอทัส บางกอก อัตราเข้าพัก 6570% ในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา ส่วนเอทัส ลุมพินี อัตราเข้าพัก 5560%
สุรเชษฐ กล่าวว่า โรงแรมในกรุงเทพฯ รวมถึงพื้นที่อื่นของไทย ยังราคาต่ำมาก อาจต่ำสุดในเอเชียด้วยซ้ำ จึงทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมองว่าคุ้มค่า ประกอบกับไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาติที่เคยมาแล้วมองว่าอยากกลับมาอีกสม่ำเสมอ แม้ว่าเศรษฐกิจยุโรปไม่ดี ทำให้กลุ่มยุโรปลดลงไปบ้าง แต่ไทยก็มีลูกค้าเอเชีย โดยเฉพาะจากประเทศเพื่อนบ้านและจีนเข้ามาทดแทน เพราะชื่อเสียงของไทยที่โด่งดังติดอันดับเมืองน่าเที่ยวระดับโลก
“ถึงไทยจะมีเหตุชุมนุมทางการเมืองบ้าง แต่ตราบใดยังเป็นการชุมนุมที่สงบและอยู่ในขอบเขตพื้นที่ ไม่มีความรุนแรง ไม่ได้ออกมาเดินขบวนบนถนน นักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะไม่วิตกอะไร เช่น ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการปักหลักชุมนุมที่สวนลุมพินี โรงแรมเอทัส ลุมพินี ซึ่งอยู่ในย่านใกล้เคียง ก็ไม่ได้รับผลกระทบเลย” สุรเชษฐ กล่าว
การท่องเที่ยวไทยนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจมากอยู่แล้ว ขอเพียงไม่มีเหตุการณ์วุ่นวาย และคนในประเทศร่วมมือกันดูแลนักท่องเที่ยว เป็นเจ้าบ้านที่ดี เท่านี้ก็ดึงรายได้เข้าไทยได้ต่อเนื่องในระยะยาวแล้ว







