
สุขภาพการเงินคุณน่าห่วงไหม
เมื่อครั้งที่แล้ว ได้คุยกันถึง “8 รายการสามัญในชีวิตที่เราอาจจ่ายเกิน” อาจมีบางคนบอกว่า “ก้อทำหยั่งงี้มีความสุขดีอ่ะ จะให้มาประหยัดทำไม ไม่เข้าใจจริงๆ บ่องตง” พูดอีกก็ถูกอีกครับ แต่อยากจะบอกนะครับ ชีวิตเราไม่ได้อยู่แค่วันนี้ เดือนนี้ หรือปีนี้ เรายังต้องอยู่อีกยาว กี่ปีก็ไม่รู้ ถ้าเราไม่ระมัดระวังการใช้จ่ายเงินไว้บ้าง เราอาจลำบากในอนาคตก็ได้ครับ
เมื่อครั้งที่แล้ว ได้คุยกันถึง “8 รายการสามัญในชีวิตที่เราอาจจ่ายเกิน” อาจมีบางคนบอกว่า “ก้อทำหยั่งงี้มีความสุขดีอ่ะ จะให้มาประหยัดทำไม ไม่เข้าใจจริงๆ บ่องตง” พูดอีกก็ถูกอีกครับ แต่อยากจะบอกนะครับ ชีวิตเราไม่ได้อยู่แค่วันนี้ เดือนนี้ หรือปีนี้ เรายังต้องอยู่อีกยาว กี่ปีก็ไม่รู้ ถ้าเราไม่ระมัดระวังการใช้จ่ายเงินไว้บ้าง เราอาจลำบากในอนาคตก็ได้ครับ
พูดอย่างนี้ปุ๊บ หลายคนก็อาจถามในใจ “แล้วอย่างนี้ พอบอกได้มั้ยล่ะว่า ใครที่มีโอกาสลำบากในอนาคตมาก ก็ให้คนนั้นใช้จ่ายระมัดระวังแล้วกัน” ผมตอบได้ทันทีครับว่า “ทุกคนล่ะครับมีโอกาสลำบากในอนาคตกันทั้งนั้น เพราะอนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน สิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอ กันไว้ดีกว่าแก้ครับ” แต่ก็มีสัญญาณบางอย่างที่บอกเราได้ว่า เราเริ่มมีปัญหาการเงินรึยัง จากบทความ “8 สัญญาณเตือนว่าสุขภาพการเงินกำลังย่ำแย่” ของคุณลิซ่า ก็พอบอกเราได้ว่า ถ้าสุขภาพการเงินของเรากำลังมีอาการต่อไปนี้ ก็บอกได้ว่าน่าเป็นห่วงแล้วนะ
1.ไม่เคยมีเงินเหลือเก็บในบัญชี ถึงแม้สถานภาพทางการเงินของคุณจะอยู่ในระดับที่ “ไม่น่าเป็นห่วง” แต่วันหนึ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องยุ่งยากทางการเงินคุณอาจแย่ก็ได้
2.พกบัตรเครดิตมากกว่าห้าใบ บัตรเครดิตเป็นแหล่งเพาะหนี้ชั้นดี และยิ่งมีมากก็อาจยิ่งทำให้สถานะการเงินของคุณกลับย่ำแย่ได้
3.ผ่อนชำระบัตรเครดิตตามยอดหนี้ขั้นต่ำ การชำระแค่ขั้นต่ำเท่ากับการเริ่มต้นสะสมหนี้อย่างเป็นทางการ ยิ่งถ้าทำแบบนี้ทุกๆ เดือน คราวนี้ก็เตรียมเปิดประตูรอรับหนี้ก้อนโตได้เลย
4.ยืมเงินจากเจ้าหนี้รายใหม่มาชำระเจ้าหนี้รายเดิม หรือกู้เงินก้อนใหม่มาโปะหนี้ก้อนเก่า
5.ถูกเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม เมื่อการชำระหนี้เริ่มไม่ปกติ สิ่งที่คุณอาจจะเจอคือถูกเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่ม หรือถูกขอให้มีผู้กู้ร่วมจากสถาบันการเงิน เพราะความสามารถในการชำระหนี้ของคุณลดลง
6.ส่งค่างวดผ่อนบ้านรถช้า การส่งค่างวดบ้านและรถล่าช้ากระทบถึงเครดิตทางการเงินในระยะยาวของคุณ แต่ถ้าสุขภาพการเงินกำลังย่ำแย่มากๆ ใครจะมีปัญญาส่งล่ะ
7.ต้องยอมขายหุ้นทั้งที่ยังขาดทุน ถ้าคุณลงทุนหุ้นระยะยาวเอาไว้ แต่ต้องยอมขายแบบนี้ก็แสดงให้เห็นชัดว่า “ร้อนเงิน” และสุขภาพการเงินคงเริ่มย่ำแย่แล้วล่ะ
8.ไม่สามารถประมาณการหนี้สินทั้งหมด เมื่อไรก็ตามที่คุณรู้สึกว่ามีหนี้รุงรังเต็มไปหมด และเริ่มจับต้นชนปลายไม่ได้ว่ามูลหนี้ทั้งหมดมีอะไรบ้าง ถึงขั้นนี้คงไม่ใช่หนี้ธรรมดาๆ แล้วล่ะ
ถ้าใครมีอาการข้อใดข้อหนึ่งข้างต้น รอช้าไม่ได้แล้ว ต้องรีบปฏิวัติตัวเองแบบบูรณาการ (ขอยืมคำนายกฯ ปูมาใช้หน่อย) เริ่มง่ายด้วย “กฎเหล็ก 5 ประการ... ฉลาดซื้อ ฉลาดใช้” จากโครงการส่งเสริมการออมและการบริหารเงินส่วนบุคคล ศูนย์ส่งเสริมการพัฒนาความรู้ตลาดทุน (TSI) ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
1.ตั้งงบก่อนใช้ ช่วยให้คุณรู้จักคิดก่อนซื้อ
2.เปรียบเทียบก่อนซื้อ เพื่อให้ได้ของดี ราคาเหมาะสม
3.สรุปใช้สม่ำเสมอ เห็นพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองว่าค่าใช้จ่ายใดที่ไม่จำเป็นและพอจะตัดออกไปได้บ้าง
4.ใช้น้อยกว่าหาได้ ใช้จ่ายให้น้อยกว่าเงินที่หาได้เสมอ
5.ไม่ใช้ก็ไม่ซื้อ อย่าซื้อของเพราะโปรโมชันดี มีของแถม ลดราคาครั้งยิ่งใหญ่ หรือเพราะเกรงใจพนักงานขาย
การแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ต้องแก้ที่ตัวเองครับ







