posttoday
ปั้นเอสเอ็มอีลุ่มน้ำโขง ชู 3 อุตฯ ดาวรุ่ง

ปั้นเอสเอ็มอีลุ่มน้ำโขง ชู 3 อุตฯ ดาวรุ่ง

20 สิงหาคม 2556

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย...อนัญญา มูลเพ็ญ

กระแสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปลายปี 2558 ทำให้เศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนไทยคึกคักขึ้น ขณะที่ผู้ประกอบการและภาครัฐตื่นตัวกับเรื่องนี้อย่างมาก

“ธนิตศักดิ์ บุญกมลศรีศักดิ์” ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เล่าว่า ปัจจุบันการค้าในเขตชายแดนไทยลาวคึกคักมาก เนื่องจากมีสะพานเชื่อมทั้งสองประเทศแล้วถึง 3 แห่ง ได้แก่ สะพานมิตรภาพ 1 หนองคายเวียงจันทน์ สะพานมิตรภาพ 2 มุกดาหารสะหวันนะเขต และสะพานมิตรภาพ 3 นครพนมคำม่วน

ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าไทยไปลาวใน 2555 มีมูลค่า 1.09 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 34.43% โดยเฉพาะการค้าใน จ.มุกดาหาร ซึ่งมีมูลค่า 2.87 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 26.29% ของการส่งออกชายแดนไทยลาว

“ในอนาคตชายแดนไทยลาว ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 8 จังหวัด ในลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี และบึงกาฬ จะเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด”

ด้าน “จันทร ตยางคนนท์” ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.มุกดาหาร กล่าวว่า การค้าชายแดนไทยลาว ใน จ.มุกดาหาร เพิ่มขึ้นอย่างมากโดย 6 เดือนแรก มีการนำเข้าและส่งออกรวมกัน 8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าทั้งปีจะสูงถึง 1 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวจากปี 2555 ที่ 5 หมื่นล้านบาท โดยสินค้าที่ส่งไปลาวมากที่สุดคือสินค้าอุปโภคบริโภควัสดุก่อสร้าง และกลุ่มที่ส่งสินค้าไปยังจีนตอนใต้ผ่านทางลาว

กระแสเออีซีได้ผลักดันให้เกิดการลงทุนจำนวนมากในพื้นที่ จ.มุกดาหาร ซึ่งนอกจากนักลงทุนไทยแล้วยังมีนักลงทุนจีนและสิงคโปร์ กลุ่มที่มีศักยภาพจะเกิดขึ้นในได้พื้นที่คือนิคมอุตสาหกรรมที่เน้นอุตสาหกรรมเบา เช่น การประกอบ หรือทำหีบห่อเพื่อส่งต่อไปยังลาวและท่าเรือดานังของเวียดนามผ่านเส้นทาง R9

“การลงทุนที่เพิ่มขึ้นทำให้ราคาที่ดินในทำเลดีๆในมุกดาหารเพิ่มขึ้นมาก เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมาไร่ละ6.5 ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มเป็นไร่ละ 9 ล้านบาท” จันทร กล่าว

สำหรับบทบาทของภาครัฐ ธนิตศักดิ์ กล่าวว่า กสอ. อยู่ระหว่างผลักดันกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย ผ่านโครงการเตรียมความพร้อมและสร้างเครือข่ายภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อเข้าสู่เออีซี ซึ่งเน้น 5 กิจกรรม ได้แก่ 1.ติวเข้มสร้างความตระหนักรู้ให้กับผู้ประกอบการพร้อมการประเมินตนเอง เพื่อให้วางแนวทางในการก้าวสู่เออีซี 2.พัฒนาผู้ประกอบการเชิงลึก เช่น ความรู้เรื่องภาษีนำเข้าของแต่ละประเทศ กฎระเบียบ ประเพณี ค่านิยมและศาสนา 3.พัฒนาแรงงานอุตสาหกรรม 4.พัฒนาให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มกัน เพื่อให้ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ และ 5.สร้างเครือข่ายธุรกิจกับประเทศใกล้เคียง เช่นเวียดนาม พม่า กัมพูชา และลาว เพื่อสร้างความร่วมมือในห่วงโซ่การผลิต

ธนิตศักดิ์ บอกว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพที่ผู้ประกอบการชายแดนไทยลาว ต้องเร่งพัฒนาเพื่อรับกับโอกาสที่จะเพิ่มขึ้นมีอยู่ 3 กลุ่ม ได้แก่1.อุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ซึ่งลาวนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทยขยายตัวปีละประมาณ 510% และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 1015% ต่อปีตามกำลังซื้อของชาวลาวที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสินค้าในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเครื่องที่ใช้ในครัวเรือน ทั้งนี้ไทยถือเป็นแหล่งผลิตสินค้าขายไปยังลาว เนื่องจากมีประชากร 6.2 ล้านคน ทำให้เอกชนยังไม่ให้ความนิยมในการตั้งโรงงานขนาดใหญ่

2.อุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง ที่ตอนนี้มีการขยายตัวสูงตามความต้องการจากภาคธุรกิจและประชาชนทั้งฝั่งไทยและลาวที่ฐานะดีขึ้น และขณะนี้ลาวอยู่ระหว่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้วย โดยสินค้าที่มีการสั่งซื้อจากลาวมาก ได้แก่ อิฐบล็อก กระเบื้อง โครงอะลูมิเนียม หลังคาเหล็ก

สุดท้ายคือ อุตสาหกรรมบริการ เช่น สปา ร้านกาแฟ อู่ซ่อมรถ โรงแรม ท่องเที่ยวและคาร์แคร์โดยเฉพาะอุตสาหกรรมบริการคาร์แคร์ ซึ่งขณะนี้ยังมีจำนวนน้อยในลาว แต่จำนวนรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69