
บทเรียนจากเลโก
หากพูดถึงของเล่นตัวต่อ เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง “เลโก” เป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน และภาพที่นึกถึงคือต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สามารถทำกำไรได้มหาศาล ทว่าครั้งหนึ่งเลโกเกือบถึงขั้นที่ต้องล้มละลายมาแล้ว
หากพูดถึงของเล่นตัวต่อ เชื่อว่าหลายคนจะต้องนึกถึง “เลโก” เป็นอันดับแรกอย่างแน่นอน และภาพที่นึกถึงคือต้องเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่สามารถทำกำไรได้มหาศาล ทว่าครั้งหนึ่งเลโกเกือบถึงขั้นที่ต้องล้มละลายมาแล้ว
เดวิด โรเบิร์ตสัน อาจารย์ประจำโรงเรียนธุรกิจวอร์ตัน มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ซึ่งสอนเกี่ยวกับการพัฒนานวัตกรรมและสินค้า ระบุว่า เลโกเป็นหนึ่งบริษัทที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง หลังจากที่เด็กๆ เริ่มหันไปสนใจดูโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์มากขึ้นส่งผลให้บริษัทกำไรตกลงอย่างหนัก สุดท้ายบริษัทจึงตัดสินใจที่จะ “สร้างสรรค์สิ่งใหม่” ด้วยการเปิดสวนสนุก จ้างนักออกแบบชาวอิตาเลียนเพื่อสร้างไลน์สินค้าใหม่ๆ ในสินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้า วิดีโอเกม และโทรทัศน์ ทว่าการตัดสินใจดังกล่าวกลับทำให้บริษัทเกือบล้มละลายมาแล้ว
หลังจากนั้น เลโกจึงพยายามรักษาบริษัทเอาไว้ โดยสามารถกลับมาทำกำไรได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง โดยทางบริษัทได้ลดจำนวนแรงงานและสำนักงาน รวมถึงลดไลน์สินค้าลงถึง 1 ใน 3 นอกจากนี้ ผลลัพธ์สำคัญของบริษัทเกิดมาจากการให้คำนิยามของคำว่า “สร้างสรรค์สิ่งใหม่” ที่เปลี่ยนไป
“เรามักจะพูดถึงการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ด้วยให้ความสำคัญกับนวัตกรรมด้านใดด้านหนึ่ง ทว่าในความเป็นจริงแล้วบริษัทสามารถประสบความสำเร็จได้โดยสร้างสรรค์สิ่งใหม่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น” โรเบิร์ตสัน กล่าวพร้อมระบุว่า เลโกมีวิธีคิด 3 ข้อที่ทำให้บริษัทฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง
1.การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแต่ในตัวสินค้าเท่านั้น บริษัทส่วนมากมักจะคิดว่าการสร้างสรรค์อะไรใหม่ๆ จะต้องทำกับตัวสินค้าเท่านั้น ทว่าในความจริงแล้ว หากสามารถยอมรับได้ว่าการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ไม่ใช่เพียงแต่การพัฒนาสินค้าเท่านั้น โดยอาจจะเป็นด้านการขาย การเงิน และการตลาด ก็จะทำให้บริษัทมีโอกาสทางธุรกิจมากยิ่งขึ้น
2.การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงมากนัก เห็นตัวอย่างได้จากเลโกในการเปิดสวนสนุก ซึ่งเป็นธุรกิจที่ห่างไกลจากธุรกิจดั้งเดิมของบริษัทมากและไม่รู้เกี่ยวกับธุรกิจในด้านนี้แม้แต่น้อย โดยโรเบิร์ตสันระบุว่า การเปลี่ยนแปลงทำให้ต้องสูญเสียเงินไปเป็นจำนวนมาก และทำให้คนมีความสับสนกับแบรนด์ สุดท้ายแล้วจึงทำให้บริษัทไม่มีกำไร
3.การสร้างสรรค์สิ่งใหม่ควรเติบโตอยู่ในกรอบที่พอดี ความผิดพลาดที่ใหญ่ที่สุดของเลโกอาจจะเป็นการที่ให้สิทธินักออกแบบในการสร้างสินค้าใหม่ๆ โดยที่ไม่มีข้อกำหนด ซึ่งทำให้ต้นทุนพุ่งสูงขึ้น ดังนั้น การสร้างสรรค์สิ่งใหม่จำเป็นต้องมีขอบเขต เพราะบางครั้งความคิดที่ดีที่สุดอาจจะมาจากการคิดอยู่ในกรอบ







