
น้ำมันพุ่งจะหนุนหุ้นพลังงานได้มากน้อยแค่ไหน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดขึ้นราว 10 ดอลลาร์/บาร์เรล จากปลายเดือน มิ.ย. หลังสถานการณ์ความรุนแรงในอียิปต์ก่อให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากอียิปต์ควบคุมคลองสุเอซและท่อส่งน้ำมันสุเอซเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญเส้นทางหนึ่งของโลก
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ดีดขึ้นราว 10 ดอลลาร์/บาร์เรล จากปลายเดือน มิ.ย. หลังสถานการณ์ความรุนแรงในอียิปต์ก่อให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมัน เนื่องจากอียิปต์ควบคุมคลองสุเอซและท่อส่งน้ำมันสุเอซเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญเส้นทางหนึ่งของโลก
ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา มีการโจมตีท่อส่งน้ำมันนี้ 23 ครั้ง แต่หลังปรากฏการณ์ “อาหรับสปริง” การขนส่งน้ำมันผ่านเส้นทางนี้ไม่เคยถูกทำให้หยุดชะงัก ฝ่ายความมั่นคงของอียิปต์ สหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้นำในตะวันออกกลางยังคงร่วมกันป้องกันยุทธศาสตร์จุดนี้อย่างแข็งขัน
อย่างไรก็ตาม หากราคาน้ำมันพุ่งแรง จะกัดกร่อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งจะมีผลทำให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอลง ขณะที่ประเทศมหาอำนาจยังสามารถใช้น้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์สกัดน้ำมันพุ่งได้อีกทางหนึ่ง
นอกจากนั้น ราคาน้ำมันยิ่งแพง ยิ่งเพิ่มแรงจูงใจให้เร่งพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงน้ำมันและก๊าซที่อยู่ใต้ชั้นหินดินดาน (Shale Oil/Gas) พลังงานทดแทนต่างๆ เป็นต้น
สถานการณ์ในอียิปต์เพียงลำพัง จึงไม่น่าจะหนุนให้น้ำมันแพงอย่างยั่งยืน
การดีดขึ้นของราคาน้ำมันดิบ อาจส่งผลบวกสั้นๆ เชิงจิตวิทยาต่อหุ้นกลุ่มพลังงาน จึงเป็นโอกาสขายทำกำไรระยะสั้นช่วงหุ้นแกว่งขึ้น
วัฏจักรพลังงานขาขึ้นยังต้องใช้เวลาอีกเป็นปีๆ จนกว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นเต็มตัว หุ้นกลุ่มพลังงานจึงมีแนวโน้มจะให้ผลตอบแทนด้อยกว่าตลาดหุ้นโดยรวม







