
ประกันจ่อขึ้นเบี้ยรถข้ามแดน
ขอบวกสูงเกิน20%เป็นค่าใช้จ่ายทำเคลมข้ามประเทศรายละหมื่น
ขอบวกสูงเกิน20%เป็นค่าใช้จ่ายทำเคลมข้ามประเทศรายละหมื่น
เอกชนขอปรับพิกัดเบี้ยประกันภาคสมัครใจรถข้ามแดนเกิน 20% รองรับเออีซี
นายวาสิต ล่ำซำ รองประธานคณะกรรมการประกันภัยยานยนต์ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า ผลจากการเตรียมเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก2 ปีข้างหน้า ทำให้มีการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ข้ามแดนเพิ่มมากขึ้น ทางภาคธุรกิจประกันภัยจึงมีการหารือกันถึงความคุ้มครองรถที่ข้ามไปประเทศอื่น เพราะจะทำให้ความเสี่ยงสูงขึ้น
ขณะที่เบี้ยประกันภัยที่เก็บอยู่ไม่พอกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคาเบี้ยประกันภัยที่จะบวกเพิ่มได้นั้นขั้นต่ำอยู่ที่ 5% และบวกเพิ่มได้ไม่เกิน 20% ต่อเดือน
สำหรับราคาเบี้ยประกันภัยชั้น 3 ของรถบรรทุกไม่รวม พ.ร.บ.เฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาทต่อปี แต่ถ้ารถคันนี้ต้องวิ่งข้ามแดนจะบวกเพิ่มอีก 5-20% ต่อเดือน ซึ่งมองว่าไม่เพียงพอ จึงต้องการขอบวกเพิ่มได้ตามความเป็นจริง
นายวาสิต กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกิดจากการไปให้บริการหลังการขาย หากเกิดอุบัติเหตุอยู่ในต่างประเทศ จะต้องส่งพนักงานเคลมจากไทยเข้าไปดูแลและดำเนินการนำรถเข้าซ่อม ซึ่งค่าใช้จ่ายต่อเคลมขั้นต่ำอยู่ประมาณ 1 หมื่นบาท โดยจะทำการหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ต่อไป
นอกจากนี้ ยังพบปัญหาประกันภาคสมัครใจ จะจ่ายสินไหมทดแทนจากส่วนที่เกิน พ.ร.บ. แต่ในหลายประเทศยังไม่มีประกัน พ.ร.บ. จึงไม่รู้ว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วจะต้องจ่ายสินไหมทดแทนเท่าไหร่ อีกปัญหาคือ บางประเทศ พ.ร.บ.มีความคุ้มครองทรัพย์สินบุคคลภายนอกด้วย จะต้องมาหาระดับราคาที่เป็นธรรมในการจ่ายว่าควรจะอยู่เท่าไหร่
“มีแนวคิดเบื้องต้นว่า ประเทศที่ไม่มี พ.ร.บ. กับประเทศที่มี พ.ร.บ. อาจจะออกกรมธรรม์ที่ให้ความคุ้มครองเป็นกลุ่มประเทศไป หรือประเทศที่ พ.ร.บ.คุ้มครองทรัพย์สินอยู่แล้ว ประกันภาคสมัครใจก็ไม่ต้องมีเรื่องของทรัพย์สิน กำลังหารือกันอยู่” นายวาสิต กล่าว
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. กล่าวว่า บริษัทที่ทำประกันภัยภาคสมัครใจข้ามแดนที่มีการร่วมมือกับบริษัทประกันภัยต่างประเทศ คือ บริษัท วิริยะประกันภัย โดยจับมือกับบริษัทประกันภัยในเวียดนาม ลาว และพม่า ทำประกันรถภาคสมัครใจข้ามแดน หากลูกค้านำรถที่ทำประกันภัยในไทยไปเกิดเหตุในประเทศดังกล่าว บริษัทที่เป็นพันธมิตรจะเป็นผู้ให้บริการ เพื่อลดต้นทุนในการให้บริการเคลมสินไหมทดแทน เพราะการเปิดเสรีอาเซียนทำให้มีการใช้รถขนส่งสินค้าข้ามไปมาระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรถบางคันใช้อยู่ที่ประเทศไทยเพียง 6 เดือน และอีก 6 เดือนใช้อยู่ที่เวียดนาม ซึ่งคาดว่าจะเห็นความร่วมมือในลักษณะดังกล่าวเพิ่มขึ้น
ขณะนี้ประกันภัยภาคบังคับข้ามแดน หรือ พ.ร.บ.ข้ามแดน จะเร่งให้เกิดความชัดเจนและขยายวงให้กว้างขึ้น โดยอยู่ระหว่างการศึกษากฎระเบียบและกฎหมาย หากคล้ายกันสามารถที่จะร่วมมือกันในเชิงปฏิบัติ จากปัจจุบันที่นำร่องไปแล้วกับประเทศลาวและเวียดนาม เป้าหมายต่อไปที่จะทำ คือ มาเลเซียและทางตอนใต้ของจีน ผ่านเวียดนามเข้าไป







