posttoday
ชี้ช่องลงทุน"พม่า"ขอส่งเสริมดีหรือไม่

ชี้ช่องลงทุน"พม่า"ขอส่งเสริมดีหรือไม่

16 สิงหาคม 2556

พม่าก้าวเข้ามาแข่งขันดึงดูดทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ในช่วงที่ผ่านมา มีคณะกรรมาธิการส่งเสริมการลงทุนแห่งสหภาพพม่า

โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ

พม่าก้าวเข้ามาแข่งขันดึงดูดทุนต่างชาติอย่างเต็มที่ในช่วงที่ผ่านมา มีคณะกรรมาธิการส่งเสริมการลงทุนแห่งสหภาพพม่า (Myanmar Investment Commission : MIC) เป็นผู้รับผิดชอบด้านการส่งเสริมการลงทุน

กิจการที่ได้รับส่งเสริมการลงทุน หรือได้รับการอนุมัติจากเอ็มไอซี จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการลงทุน แต่การขอรับส่งเสริมการลงทุนเหมาะกับทุกกิจการหรือไม่ผู้ประกอบการต้องเป็นผู้ตัดสินใจ

เซบาสเตียน พาวลิตา หุ้นส่วนบริษัท พีดับเบิลยูพี ลีเกิล กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “ประเทศเมียนมาร์ ในปี 2556 : กฎระเบียบ กับ ทางปฏิบัติ” ว่า การลงทุนในพม่ามี 2 ทางเลือก ได้แก่ การลงทุนโดยไม่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากเอ็มไอซี และการลงทุนโดยการขอรับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนจากเอ็มไอซี ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป ตัวอย่างเช่น กิจการที่อาจไม่ต้องการขอรับการส่งเสริมการลงทุน เช่น กิจการเทรดดิง การเงินการธนาคาร กิจการภาคบริการ เป็นต้น ขณะที่กิจการที่ต้องการขอรับการส่งเสริมการลงทุน เช่น อุตสาหกรรมการผลิต รวมถึงเหมืองแร่ โรงแรม ท่องเที่ยว ก่อสร้าง เป็นต้น

ขณะเดียวกันการเข้าลงทุนในแต่ละรูปแบบจะมีขั้นตอนการปฏิบัติที่แตกต่างกันไป ทั้งการขออนุญาต การเตรียมเอกสาร แต่ภายใต้กฎหมายการลงทุนฉบับใหม่ของพม่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศพม่า และท้ายที่สุดการตัดสินใจของเอ็มไอซี นักลงทุนยังสามารถจูงใจผู้อนุมัติให้เชื่อได้ว่ากิจการที่จะเข้ามาลงทุนสามารถเข้ามาพัฒนาประเทศได้ เพื่อที่จะได้รับการส่งเสริมการลงทุน

การลงทุนในพม่า นักลงทุนยังคงต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบการลงทุนของพม่า เช่น การกำหนดอัตราการจ้างงานของคนท้องถิ่น โดยใน 2 ปีแรก นักลงทุนต้องจ้างงานคนท้องถิ่น 25% ของการจ้างงานทั้งหมดเมื่อถึงปีที่ 34 ต้องจ้างงานคนท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 50% และในปีที่ 6 ต้องจ้างงานคนท้องถิ่นในสัดส่วน 75% ของการจ้างงาน เป็นต้น

สำหรับภาษีที่สำคัญที่นักลงทุนควรจะต้องศึกษาก่อนที่จะเข้าไปลงทุน ได้แก่ ภาษีเงินได้นิติบุคคล (Income Tax) ซึ่งสำหรับกิจการที่เป็นการลงทุนจากต่างชาติที่มีสถานที่ตั้งอยู่ในพม่าจะเสียภาษีในอัตรา 25% ขณะที่กิจการที่ไม่มีที่ตั้งอยู่พม่าจะต้องเสียภาษีในอัตรา 35% ซึ่งการเปิดกิจการสาขาต่างๆ ถือว่าเป็นกิจการที่ไม่มีที่ตั้งอยู่ในประเทศ แต่กิจการสาขาหากได้รับการส่งเสริมการลงทุนจะเสียภาษี 25% ซึ่งตามปกติแล้วไม่ค่อยมีกิจการสาขาที่ขอรับส่งเสริมการลงทุน

นอกจากนี้ กิจการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากเอ็มไอซีจะได้รับการยกเว้นการเสียภาษีเงินได้เป็นระยะเวลา 5 ปี โดยการนับปีงบประมาณด้านการเงินของพม่าจะเริ่มจากวันที่ 1 เม.ย. สิ้นสุดในวันที่ 31 มี.ค.

นอกจากนี้ ภาษีการค้า (Commercial Tax) ก็เป็นภาษีอีกประเภทที่ต้องพิจารณา มีการเก็บอยู่ในอัตรา 5% ซึ่งภาษีนี้คล้ายๆ กับภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ของไทย แต่มีการจัดเก็บที่แตกต่างกัน รวมถึงการเก็บภาษีกำไรจากการขายทรัพย์สิน (Capital Gain Tax) ที่เก็บจากกิจการที่ไม่มีที่ตั้งในประเทศอยู่ในอัตรา 40%

เดวิด โดรัน หุ้นส่วนและประธาน บริษัท ดีเอฟดีแอล (ประเทศไทย) กล่าวว่า ระบบกฎหมายของพม่าและไทยมีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะพม่าใช้ระบบกฎหมายจารีตประเพณี (Common Law) และกฎหมายบางฉบับยังคงเขียนเป็นภาษาพม่า ซึ่งยากต่อการเข้าใจ การเข้าไปลงทุนจึงควรหาหุ้นส่วนท้องถิ่นมาช่วยแนะนำการดำเนินธุรกิจ ขณะที่การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการจะเป็นอีกวิธีหนึ่งในการเข้าไปทำธุรกิจในพม่า

สุดท้าย สำหรับนักลงทุนที่ลังเลมองว่าควรเข้าไปลงทุนในช่วงนี้ หรือควรรอความชัดเจนของกฎหมายก่อนค่อยเข้าไปลงทุน ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านให้ข้อสังเกตว่า การลงทุนในประเทศกำลังพัฒนาต้องมองการลงทุนระยะยาว ยิ่งมีความเสี่ยงมากโอกาสในการได้ทุนกลับคืนก็สูง แต่ต้องไปลงทุนพร้อมกับความเข้าใจและการเตรียมความพร้อม

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ