
ขู่สัมปทานรถร่วมฯ
‘ชัชชาติ’เล็งหันจ้างวิ่งแก้ปัญหาซิ่งโทรมด้านรฟม.เร่งใช้พื้นที่สถานีปั๊มรายได้
‘ชัชชาติ’เล็งหันจ้างวิ่งแก้ปัญหาซิ่งโทรมด้านรฟม.เร่งใช้พื้นที่สถานีปั๊มรายได้
“ชัชชาติ” จ่อเลิกสัมปทาน รถร่วมฯ หันจ้างเดินรถแก้ปัญหาซิ่ง ด้าน รฟม.เล็งปั๊มรายได้เพิ่ม
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่า มีแนวคิดปรับรูปแบบการให้บริการรถร่วมบริการ ขสมก.จากปัจจุบันที่ให้สัมปทานเดินรถไปเป็นการจ้างเดินรถ เพื่อแก้ไขปัญหาการให้บริการไม่มีคุณภาพ ทั้งในเรื่องของพนักงานขับรถและสภาพของตัวรถ ซึ่งเป็นปัญหาที่สะสมมานานหลายปี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. นายชัชชาติได้ลงสำรวจการให้บริการของรถเมล์สาย 8 ซึ่งเป็นสายที่มีการร้องเรียนมากที่สุดและพบปัญหาการให้บริการดังกล่าว พบปัญหา คือ คุณภาพคนขับรถ ตัวรถมีสภาพแย่และเก่า ป้ายจอดรถเมล์ไม่เพียงพอ แต่ที่เป็นปัญหาสุดเป็นเรื่องคนขับรถเป็นหลัก สาเหตุหนึ่งเกิดจากการที่มีประกอบการหลายราย จึงแข็งขันกันวิ่งรับผู้โดยสาร เพราะพนักงานรถร่วมบริการไม่มีเงินเดือนและมีรายได้จากการเก็บค่าโดยสารอย่างเดียว อีกทั้งที่ผ่านมายังได้รับผลกระทบจากรถเมล์ ขสมก. ที่เก็บค่าบริการถูกกว่า รวมถึงการให้บริการรถเมล์ฟรี ซึ่งการให้บริการของรถเมล์สายนี้สามารถสะท้อนให้เห็นภาพใหญ่ของ ขสมก.ได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้สั่งการให้รถแต่ละคันติดหมายเลขรถให้ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าเป็นรถคันที่เท่าไร หากเกิดปัญหาให้ประชาชนจะจดจำและร้องเรียนได้ง่ายและส่งสายตรวจลงไปในพื้นที่ด้วย
แนวทางที่เกาหลีใต้เคยดำเนินการ หลังจากเกิดปัญหาเหมือนไทยในปัจจุบัน เนื่องจากมีรถร่วมบริการประมาณ 100 บริษัท จึงควบคุมได้ยาก เมื่อปรับมาใช้วิธีการจ้างเดินรถก็ช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ แต่ของไทยคงจะต้องพิจารณาให้รอบคอบว่าจะต้องปรับเปลี่ยนอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เบื้องต้นจะต้องดำเนินการให้ ขสมก.เข้มแข็งก่อน จึงจะดำเนินการในลักษณะดังกล่าวได้ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1 ปี จะเห็นทิศทางที่ชัดเจน” นายชัชชาติ กล่าว
นางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง กล่าวว่า ได้ให้ผู้ประกอบการรถเมล์สาย 8 ดูแลอย่างใกล้ชิด ติดหมายเลขรถให้ชัดเจน หากมีปัญหาเกิดขึ้นอีก ให้ไล่คนขับรถออกทันที ขณะเดียวกันก็เห็นด้วยกับแนวคิดจ้างเดินรถแทนให้สัมปทาน เพราะสามารถแก้ปัญหาการเดินรถทับซ้อนพื้นที่กันได้ โดยค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างกรณีเป็นรถร้อน จะอยู่ที่ 6,000 บาทต่อคันต่อวัน รถปรับอากาศ 7,500 บาทต่อคันต่อวัน ซึ่งถูกกว่ารถเมล์ฟรี ขสมก. ที่รัฐจ้างประมาณวันละ 8,500-9,000 บาท
ด้านนายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนาเรื่อง “รฟม.กับข้อจำกัดการใช้ประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ที่ได้จากการเวนคืน : อุปสรรค ปัญหา และทางออก” ว่า รฟม.จะเร่งผลักดันการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามสถานีรถไฟฟ้า ปัจจุบันการใช้ประโยชน์ที่ดินจากการเวนคืนเพื่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ตามสถานีรถไฟฟ้าของภาครัฐไม่สามารถดำเนินการได้เต็มที่ เพราะติดขัดเรื่องการตีความกฎหมาย แต่ภายหลังกฤษฎีกาตีความส่งเสริมการใช้ประโยชน์บนพื้นที่เหนือโครงสร้างรถไฟฟ้ามากขึ้น โดยระบุว่า หากการพัฒนาไม่ขัดขวางทางเข้าออกก็ไม่ถือว่าผิดวัตถุประสงค์การใช้ประโยชน์ที่ดิน โดยภายในเดือน ก.ย.นี้ จะเสนอคณะกรรมการ รฟม.พิจารณาแต่งตั้งบริษัทลูกทำหน้าที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ รฟม.มีอยู่ประมาณ 2,000 ไร่ เพื่อหารายได้มาชดเชยการขาดทุนและช่วยแบ่งเบาภาระเงินอุดหนุนของรัฐบาลในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า โดยคาดว่าจะตั้งบริษัทได้ภายในปี 2557
ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูอยู่ระหว่างศึกษาออกแบบวางแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณศูนย์ซ่อมบำรุงที่มีนบุรี เนื้อที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะได้รับผลตอบแทนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่มูลค่าการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท และรัฐสามารถนำผลตอบแทนไปอุดหนุนการลงทุนดังกล่าวได้ ซึ่งผลจากศึกษาการเพิ่มประสิทธิภาพและรายได้ของ รฟม. เห็นชอบให้ตั้งบริษัทลูกรวม 5 บริษัทเพื่อดำเนินการตามเป้า







