posttoday
ไอเฟคเปิดแผนธุรกิจลุยงานเอกสารควบโรงงานไฟฟ้า

ไอเฟคเปิดแผนธุรกิจลุยงานเอกสารควบโรงงานไฟฟ้า

16 สิงหาคม 2556

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ไตรมาส 3 ของทุกปี ถือเป็นช่วงฤดูกาลขายของธุรกิจดิจิตอลมัลติฟังก์หรือธุรกิจให้บริการจัดการเอกสาร

โดย...จะเรียม สำรวจ

เมื่อย่างก้าวเข้าสู่ไตรมาส 3 ของทุกปี ถือเป็นช่วงฤดูกาลขายของธุรกิจดิจิตอลมัลติฟังก์หรือธุรกิจให้บริการจัดการเอกสาร เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดงบบัญชีทางการเงินของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งเม็ดเงินส่วนหนึ่งจะถูกนำมาใช้กับงานด้านบริหารจัดการเอกสาร

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ หรือไอเฟค ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการบริหารจัดการเอกสาร และจำหน่ายเครื่องถ่ายเอกสารภายใต้แบรนด์โคนิก้า มินอลต้า เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ได้รับอานิสงส์ดังกล่าว

ณรงค์ เตชะไชยวงศ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อิจเตอร์ ฟาร์อีสฯ ออกมาเปิดเผยว่า ภาพรวมผลประกอบการของไอเฟคตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตที่ดีตรงตามเป้าหมายที่วางไว้ และในช่วงไตรมาส 3 นี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตมากกว่าไตรมาส 2 ไม่ต่ำกว่า 10% เนื่องจากเป็นช่วงหน้าขายสินค้า

ปัจจุบันไอเฟคมีลูกค้าเป็นรัฐวิสาหกิจและภาครัฐคิดเป็นอัตราส่วน 1 ใน 3 ของจำนวนลูกค้าทั้งหมด และจากการที่ช่วงไตรมาส 3 เป็นช่วงเวลาของการปิดปีงบประมาณของภาครัฐ จึงทำให้ไอเฟคมั่นใจยิ่งขึ้นว่าไตรมาส 3 ของปีนี้จะมีรายได้เติบโตสูงกว่าปกติเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา

สำหรับแนวทางการทำธุรกิจของไอเฟคนับจากนี้ ณรงค์มีแผนที่จะหันมาขยายธุรกิจในด้านของการเป็นผู้ให้บริการงานเอกสารมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันองค์กรต่างๆ หันมาเช่าเครื่องเอกสารมากกว่าการซื้อ ส่งผลให้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้มาจากการขายเครื่องถ่ายเอกสาร 50% และให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสาร 50%

นอกจากนี้ ไอเฟคยังได้มีการนำแนวคิดโอพีเอส (Optimizes Print Service) หรือการเป็นผู้ให้บริการบริหารจัดการเอกสารแบบครบวงจร ด้วยการปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์และพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้การทำงานมีความสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น

ขณะที่ในส่วนของปีนี้ไอเฟคได้มีการเพิ่มศูนย์บริการอีก 2 แห่ง คือ จ.ระยอง และนครราชสีมา ส่งผลให้ปัจจุบันไอเฟคมีศูนย์บริการทั่วประเทศอยู่ทั้งหมด 13 แห่ง รวมทั้งในปี 2557 ก็มีแผนที่จะเพิ่มศูนย์บริการอย่างน้อยอีก 2 แห่ง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดูทำเลใน จ.เพชรบุรี นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา

อีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองสำหรับไอเฟคนับตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไปคือ ธุรกิจกรีน เอ็นเนอร์จี เนื่องจากขณะนี้ไอเฟคกำลังเจรจาซื้อกิจการโรงไฟฟ้าจำนวน 5 แห่ง เพื่อนำต่อยอดธุรกิจในเครือ ภายหลังพบว่าธุรกิจดังกล่าวมีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุนด้านพลังงานทดแทน

ณรงค์ กล่าวว่า โรงงานที่สนใจไม่ใช่แค่โรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์อย่างเดียว แต่สนใจทั้งในส่วนของโรงไฟฟ้าพลังงานขยะและโรงไฟฟ้าไบโอแมส ซึ่งปลายปีนี้น่าจะได้ข้อสรุปการซื้อกิจการโรงไฟฟ้าอย่างน้อย 3 โรง ส่วนที่เหลืออีก 2 โรงคาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 2557 เนื่องจากเป็นโรงงานขนาดใหญ่ต้องใช้งบในการลงทุนสูง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ไอเฟคเคยลงทุนธุรกิจโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 10 เมกะวัตต์ ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี มาแล้ว แต่เนื่องจากไม่มีความถนัดในธุรกิจดังกล่าว จึงได้ขายกิจการไปคิดเป็นมูลค่าประมาณ 230 ล้านบาท ซึ่งหลังจากสถานการณ์เปลี่ยนไป ประกอบกับภาครัฐให้การสนับสนุนพลังงานทางเลือก จึงทำให้ไอเฟคกลับมาสนใจธุรกิจพลังงานทางเลือกอีกครั้ง

จากแผนการดำเนินธุรกิจดังกล่าวส่งผลให้ไอเฟคต้องออกมาเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 400 ล้านบาท เป็น 1,300 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมา เพื่อนำเงินดังกล่าวมาขยายธุรกิจต่างๆ ในอนาคต

หลังจากวางแผนขยายธุรกิจทั้งในส่วนของผู้ให้บริการบริหารจัดการเอกสารแบบครบวงจร และโรงไฟฟ้าไอเฟคมั่นใจว่าสิ้นปีหน้าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 1 เท่าตัว จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะมีรายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10-15% จากปี 2555 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 6,300 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน