
กาง 5 ยุทธศาสตร์มหาดไทยสู่อาเซียน
หากถามถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีหน่วยงานย่อยระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล อยู่ทั่วประเทศ
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หากถามถึงหน่วยงานภาครัฐที่มีหน่วยงานย่อยระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล อยู่ทั่วประเทศ ชื่อกระทรวงมหาดไทย น่าจะเป็นชื่อแรกที่ตอบคำถามนี้ได้ตรงจุดที่สุด
ความใกล้ชิดประชาชน คือข้อได้เปรียบและความจำเป็นที่ทำให้กระทรวงนี้ต้องมีบทบาทนำในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วย ล่าสุดกระทรวงจึงได้จัดงานสัปดาห์อาเซียนและบรรยายพิเศษหัวข้อ “ยุทธศาสตร์ของกระทรวงมหาดไทยพร้อมก้าวไกลสู่ประชาคมอาเซียน”
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เล่าว่า กระทรวงได้จัดทำ “แผนยุทธศาสตร์การเตรียมความพร้อมของกระทรวงมหาดไทยในการเข้าร่วมเป็นประชาคมอาเซียนปี 2558” เสร็จสิ้น และมีการลงนามให้ความเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวง
แผนดังกล่าวประกอบไปด้วย 5 ยุทธศาสตร์หลัก คือ 1.เสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากเพื่อเชื่อมโยงโอกาสจากการรวมตัว เนื่องจากกระทรวงรับหน้าที่หลักในการขจัดความยากจนทั้งในระดับประเทศและระดับความร่วมมืออาเซียน จึงต้องเร่งสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ยกระดับรายได้และความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น เช่น การพัฒนาศักยภาพผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และการตลาดสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) สู่สากล
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น สร้างมาตรฐานบริการที่ดี และหาจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวติดใจ เรื่องใดที่เกิดปัญหากระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ก็ให้จังหวัดแก้ไขโดยเร็ว
“เราจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด โดยให้แต่ละจังหวัดทำการประเมินทุกเดือน แล้วสรุปรวมผลการดำเนินงานทั้งหมดอีกครั้งทุก 6 เดือน”
2.เสริมสร้างความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง บรรเทาปัญหาภัยพิบัติ กระทรวงได้ให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเตรียมการจัดการภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในประเทศและระดับความร่วมมืออาเซียน ซึ่งอาจเป็นความมั่นคงรูปแบบใหม่
3.เสริมสร้างศักยภาพชุมชนและอัตลักษณ์อาเซียน ได้มอบหมายให้นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สร้างความตระหนักและความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่ อะไรที่ไทยทันอาเซียน อะไรตามหลัง อะไรนำหน้า เพื่อจะได้ช่วยเหลือปรับปรุงกันต่อไป ที่สำคัญแนวทางการสร้างความตระหนักนั้น ต้องใช้ “ภาษาง่ายๆ” ไม่ใช่ภาษาวิชาการเข้าใจยาก
จังหวัดที่ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษนั้น คือ 31 จังหวัดที่มีพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน นอกจากนี้จังหวัดใกล้เคียงที่เป็นหัวเมืองใหญ่ก็ต้องเร่งสร้างความตระหนักรู้ด้วย
สำหรับภาพรวมจังหวัดที่โดดเด่นเรื่องการสร้างความตระหนักรู้อาเซียน ได้แก่ จ.มหาสารคาม และนครพนม ปัจจุบันทั้งสองจังหวัดได้มีศูนย์อาเซียนศึกษาให้ความรู้ความเข้าใจแก่เยาวชนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ม.ล.ปนัดดา ยอมรับว่า แม้จะดำเนินการยุทธศาสตร์นี้ไปบ้างแล้ว แต่ก็มีกระแสตอบรับว่ายังทำได้ไม่ทั่วถึงเท่าที่ควร ทางกระทรวงจะพยายามเดินหน้าต่อไปอย่างเต็มที่
4.การพัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบบริหารจัดการ กระทรวงต้องการให้บุคลากรในสังกัดมีความรู้ ทักษะ และสมรรถนะที่เหมาะสม และมีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพรองรับประชาคมอาเซียน จึงได้จัดโครงการต่างๆ เช่น โครงการเรียนรู้ทางไกลแบบ ELearning เพื่อพัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ
และ 5.การสร้างความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน แม้การเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานจะเป็นภารกิจหลักของหน่วยงานอื่น แต่เนื่องจากกระทรวงไม่ได้มีเพียงหมวกใบเดียวสำหรับดูแลส่วนกลาง แต่ยังมี “หมวกใบที่ 2” คือผู้นำของทีมงานจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศอีก 76 จังหวัด (ไม่รวมกรุงเทพฯ) ดังนั้นการพัฒนาด้านโลจิสติกส์ สถานีขนส่ง การเปิดจุดผ่านแดน จึงถือเป็นเรื่องที่กระทรวงต้องเข้าไปสนับสนุนด้วย
นอกจากนี้ จากข้อมูลของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ปัญหาหลักของไทย 2 ข้อในการรวมเป็นประชาคมอาเซียน คือ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นและปัญหาความขัดแย้งแตกแยกในสังคม กระทรวงจะพยายามเดินหน้า 5 ยุทธศาสตร์และมีส่วนร่วมขจัด 2 ปัญหาดังกล่าวไปด้วยพร้อมกัน เพื่อให้ไทยสามารถก้าวสู่ประชาคมอาเซียนอย่างมั่นคง







