
โค้กย้ำแชมป์เครื่องดื่ม1.68แสนล้าน
โค้ก ทุ่ม 800 ล้านบาท ลุยเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ รั้งผู้นำตลาดเครื่องดื่ม 1.68 แสนล้านบาท
โค้ก ทุ่ม 800 ล้านบาท ลุยเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ รั้งผู้นำตลาดเครื่องดื่ม 1.68 แสนล้านบาท
นายดิกกี้ เดย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย) ผู้ทำตลาดน้ำอัดลมโค้ก เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 800 ล้านบาท เพื่อสร้างขากลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซให้เติบโต 1015% ในปีนี้ หรือรักษาสัดส่วนรายได้ 20% และเครื่องดื่มน้ำอัดลม 80% ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอในทิศทางเดียวกันของโค้กทั่วโลก
ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มรวมมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% จากการมีเครื่องดื่มในเครือรวม 9 แบรนด์ มากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ ขณะที่กลุ่มน้ำอัดลมมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ทั้งน้ำดำและน้ำสีครองส่วนแบ่ง 55.5% ส่วนน้ำดำ โค้ก เป็นผู้นำตลาดแทนที่เป๊ปซี่ด้วยส่วนแบ่ง 50%
สำหรับแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท จากการสำรวจพบว่า น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำสมุนไพรและชาเขียวพร้อมดื่มเป็นตลาดที่มาแรง 3 อันดับแรก ในช่องทางร้านอาหาร ร้านค้าปลีก บริษัทจึงทุ่มงบ 160 ล้านบาท เปิดตัวแบรนด์“ฮาบุ” ลงสู่ตลาดน้ำสมุนไพรมูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกของบริษัทกับการก้าวเข้าสู่เซ็กเมนต์น้ำสมุนไพรของโค้กทั่วโลก ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตในเอเชีย
ขณะที่ในไทยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโต โดยตลาดน้ำสมุนไพรไทยและชาเขียวมูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท โต 25% ต่อเนื่องตลอด 3 ปี ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดฮาบุได้เปิดตัว 2 บรรจุภัณฑ์ คือ ขวดแก้วไม่คืนขวด ขนาด 250 มล. ราคา 10 บาท เจาะช่องทางร้านอาหาร และขวดเพ็ท ขนาด 280 มล. ราคา 12 บาท เจาะทุกช่องทางจำหน่าย
“ฮาบุจะมุ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยทำงานรุ่นใหม่ และวางราคาต่ำกว่าคู่แข่ง 2 ราย ทั้งเย็น เย็น เพียวริคุ ที่จำหน่ายราคา 15-20 บาท” นายเดย์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวแคมเปญการตลาด ฮาบุ คูลลิ่ง ทั้งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ซึ่งมี โป๊ปธนวรรธน์ และโก๊ะตี๋ มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ รวมทั้งแจกสินค้าตัวอย่าง 1 ล้านขวด เพื่อสร้างการรับรู้และการจดจำแบรนด์ และให้เกิดการทดลองชิม ซึ่งการเปิดตัวฮาบุลงในตลาดน้ำสมุนไพรจะยิ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซให้แข็งแกร่ง โดยมียอดขายโตกว่า 25-30% จากปัจจุบันกลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซของบริษัทมีน้ำดื่มไทยน้ำทิพย์ น้ำผลไม้มินิท เมด พัลพิ
ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือน มี.ค. ได้ลงทุน 4,000 ล้านบาท ปรับปรุงและขยายกำลังผลิตโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเครื่องดื่มทั้งกลุ่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซและยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก โดยคาดว่าในปีนี้จะเติบโต 710% จากตลาดมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ฮาบุเป็นแบรนด์ที่ทดลองจำหน่ายในไทยแห่งแรก หากประสบความสำเร็จมีแผนที่จะเปิดตลาดสู่ประเทศอื่นๆ จากก่อนหน้านี้โค้กไม่มีเครื่องดื่มสมุนไพรเลย
นอกจากนี้บริษัทยังความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก เนื่องจากเป็นตลาดที่การเติบโตดี คาดว่าในปีนี้เติบโต 7-10% จากมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท เพราะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด โดยรายได้กลุ่มน้ำอัดลมในไตรมาส 2 มีอัตราเติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีทีผ่านมา ไทยจัดเป็นตลาดที่เติบโตเร็วในตลาดของโค้กทั่วโลก
สำหรับปัจจุบันบริษัทโคคา โคลา เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มโดยรวมครองส่วนแบ่งตลาด 20% จากมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท จากการมีเครื่องดื่มในเครือรวม 9 แบรนด์ มากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มน้ำอัดลม ทั้งน้ำดำ และน้ำสีครองส่วนแบ่ง 55.5% ส่วนน้ำดำ โค้ก เป็นผู้นำตลาดแทนที่เป๊ปซี่ด้วยการครองส่วนแบ่ง 50%







