posttoday
โค้กย้ำแชมป์เครื่องดื่ม1.68แสนล้าน

โค้กย้ำแชมป์เครื่องดื่ม1.68แสนล้าน

14 สิงหาคม 2556

โค้ก ทุ่ม 800 ล้านบาท ลุยเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ รั้งผู้นำตลาดเครื่องดื่ม 1.68 แสนล้านบาท

โค้ก ทุ่ม 800 ล้านบาท ลุยเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซ รั้งผู้นำตลาดเครื่องดื่ม 1.68 แสนล้านบาท

นายดิกกี้ เดย์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจประจำประเทศไทย บริษัท โคคาโคลา (ประเทศไทย) ผู้ทำตลาดน้ำอัดลมโค้ก เปิดเผยว่า บริษัทได้ทุ่มงบ 800 ล้านบาท เพื่อสร้างขากลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซให้เติบโต 1015% ในปีนี้ หรือรักษาสัดส่วนรายได้ 20% และเครื่องดื่มน้ำอัดลม 80% ซึ่งเป็นพอร์ตโฟลิโอในทิศทางเดียวกันของโค้กทั่วโลก

ทั้งนี้ ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มรวมมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท ด้วยส่วนแบ่งตลาด 20% จากการมีเครื่องดื่มในเครือรวม 9 แบรนด์ มากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ ขณะที่กลุ่มน้ำอัดลมมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ทั้งน้ำดำและน้ำสีครองส่วนแบ่ง 55.5% ส่วนน้ำดำ โค้ก เป็นผู้นำตลาดแทนที่เป๊ปซี่ด้วยส่วนแบ่ง 50%

สำหรับแนวโน้มตลาดเครื่องดื่มมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท จากการสำรวจพบว่า น้ำดื่ม น้ำอัดลม น้ำสมุนไพรและชาเขียวพร้อมดื่มเป็นตลาดที่มาแรง 3 อันดับแรก ในช่องทางร้านอาหาร ร้านค้าปลีก บริษัทจึงทุ่มงบ 160 ล้านบาท เปิดตัวแบรนด์“ฮาบุ” ลงสู่ตลาดน้ำสมุนไพรมูลค่า 4,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นครั้งแรกของบริษัทกับการก้าวเข้าสู่เซ็กเมนต์น้ำสมุนไพรของโค้กทั่วโลก ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโตในเอเชีย

ขณะที่ในไทยมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพเติบโต โดยตลาดน้ำสมุนไพรไทยและชาเขียวมูลค่า 2.1 หมื่นล้านบาท โต 25% ต่อเนื่องตลอด 3 ปี ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดฮาบุได้เปิดตัว 2 บรรจุภัณฑ์ คือ ขวดแก้วไม่คืนขวด ขนาด 250 มล. ราคา 10 บาท เจาะช่องทางร้านอาหาร และขวดเพ็ท ขนาด 280 มล. ราคา 12 บาท เจาะทุกช่องทางจำหน่าย

“ฮาบุจะมุ่งกลุ่มเป้าหมายเป็นวัยทำงานรุ่นใหม่ และวางราคาต่ำกว่าคู่แข่ง 2 ราย ทั้งเย็น เย็น เพียวริคุ ที่จำหน่ายราคา 15-20 บาท” นายเดย์ กล่าว

นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัวแคมเปญการตลาด ฮาบุ คูลลิ่ง ทั้งภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ ซึ่งมี โป๊ปธนวรรธน์ และโก๊ะตี๋ มาร่วมเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ รวมทั้งแจกสินค้าตัวอย่าง 1 ล้านขวด เพื่อสร้างการรับรู้และการจดจำแบรนด์ และให้เกิดการทดลองชิม ซึ่งการเปิดตัวฮาบุลงในตลาดน้ำสมุนไพรจะยิ่งสร้างพอร์ตโฟลิโอเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซให้แข็งแกร่ง โดยมียอดขายโตกว่า 25-30% จากปัจจุบันกลุ่มเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซของบริษัทมีน้ำดื่มไทยน้ำทิพย์ น้ำผลไม้มินิท เมด พัลพิ

ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือน มี.ค. ได้ลงทุน 4,000 ล้านบาท ปรับปรุงและขยายกำลังผลิตโรงงานหลายแห่งทั่วประเทศ เพื่อรองรับการขยายธุรกิจเครื่องดื่มทั้งกลุ่มน้ำอัดลมและเครื่องดื่มไม่อัดก๊าซและยังคงให้ความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก โดยคาดว่าในปีนี้จะเติบโต 710% จากตลาดมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท ฮาบุเป็นแบรนด์ที่ทดลองจำหน่ายในไทยแห่งแรก หากประสบความสำเร็จมีแผนที่จะเปิดตลาดสู่ประเทศอื่นๆ จากก่อนหน้านี้โค้กไม่มีเครื่องดื่มสมุนไพรเลย

นอกจากนี้บริษัทยังความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก เนื่องจากเป็นตลาดที่การเติบโตดี คาดว่าในปีนี้เติบโต 7-10% จากมูลค่า 4.4 หมื่นล้านบาท เพราะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาในตลาด โดยรายได้กลุ่มน้ำอัดลมในไตรมาส 2 มีอัตราเติบโต 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีทีผ่านมา ไทยจัดเป็นตลาดที่เติบโตเร็วในตลาดของโค้กทั่วโลก

สำหรับปัจจุบันบริษัทโคคา โคลา เป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มโดยรวมครองส่วนแบ่งตลาด 20% จากมูลค่า 1.68 แสนล้านบาท จากการมีเครื่องดื่มในเครือรวม 9 แบรนด์ มากกว่า 20 ผลิตภัณฑ์ โดยกลุ่มน้ำอัดลม ทั้งน้ำดำ และน้ำสีครองส่วนแบ่ง 55.5% ส่วนน้ำดำ โค้ก เป็นผู้นำตลาดแทนที่เป๊ปซี่ด้วยการครองส่วนแบ่ง 50%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ