posttoday
สื่อนอกชี้จำนำข้าวไทยเหลวทำลายการคลัง-รัฐบาลเสื่อม

สื่อนอกชี้จำนำข้าวไทยเหลวทำลายการคลัง-รัฐบาลเสื่อม

12 สิงหาคม 2556

“ดิ อิโคโนมิสต์” อัดนโยบายจำนำข้าวไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิงฉุดวินัยการคลังของไทยลงเหว

“ดิ อิโคโนมิสต์” อัดนโยบายจำนำข้าวไทยล้มเหลวโดยสิ้นเชิงฉุดวินัยการคลังของไทยลงเหว

นิตยสาร ดิ อิโคโนมิสต์ เผยแพร่บทความวิจารณ์นโยบายรับจำนำข้าวของไทยว่า ถึงแม้นโยบายรับจำนำข้าวจะเป็นตัวช่วยสำคัญในการคว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งเมื่อกลางปี 2554 แต่ตอนนี้นโยบายดังกล่าวกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพทั้งทางด้านการคลังและระบบเศรษฐกิจของไทย รวมทั้งกำลังเป็นตัวบ่อนทำลายความนิยมของรัฐบาลชุดปัจจุบัน สะท้อนได้จากภายใต้การนำของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สทอผลสำรวจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพต่อคะแนนนิยมของรัฐบาลล่าสุดที่ตกต่ำลงมากสุดเป็นประวัติการณ์

นิตยสารชื่อดัง ระบุว่า นโยบายดังกล่าวได้ส่งผลให้ไทยถูกแม้ว่ารัฐบาลไทยจะอ้างว่า นโยบายจำนำข้าวจะส่งผลดีต่อชาวนาที่มีฐานะยากจน ช่วยกระตุ้นการขยายตัวการบริโภคภายในประเทศ และช่วยเพิ่มราคาข้าวในตลาดโลก จากการใช้สถานะเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ในการผลักราคาข้าวโลกให้สูงขึ้น ทว่าสิ่งที่คาดหวังเหล่านั้นล้วนแต่เป็นเรื่องขึ้นแต่ในทางทฤษฎีเท่านั้น เนื่องจากหลายประเทศที่เป็นคู่แข่งส่งออกข้าวใช้วิธีการขายตัดราคาแข่งขัน จนทำให้อินเดียและเวียดนามสามารถแซงไทยขึ้นมาเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ที่สุดของโลก ขณะเดียวกันได้แล้วในขณะนี้นอกจากนี้ ผลจากการที่ณเดยวกขณเดยวกนการที่รัฐบาลไทยไม่สามารถหาผู้รับซื้อข้าวจากโครงการได้ ยังทำให้ทางการไทยจึงจำเป็นต้องเก็บข้าวไว้ในสต๊อกมากถึง 18 ล้านตัน หรือซึ่งปริมาณดังกล่าวเกือบเท่ากับปริมาณการค้าข้าวทั่วโลกในครึ่งปี

นอกจากนี้ ทั้งนี้ ผลจากการที่ โครงอกการรับจำนำข้าวในราคาสูง ทำให้ในเพียงปีแรกรัฐบาลไทยการดำเนินโครงการดังกล่าวเพียงปีแรกได้ส่งผลให้รัฐบาลต้องใช้เงินกว่า 1.25 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.8 แสนล้านบาทเพื่อดำเนินการ และคาดว่า ในปีนี้งบประมาณในโครงการจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 4.65 แสนล้านบาท คิดเป็น 4% จีดีพีประเทศ (จีดีพี) ไม่เพียงเท่านั้น การเก็บรักษาข้าว การบริหารจัดการ รวมถึงการขนส่ง ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้กับรัฐบาลเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดิ อิโคโนมิสต์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สิ่งที่น่ากังวลได้ลุกลามมาถึงสิ่งที่น่ากังวลต่อโครงการดังกล่าวยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะยังมีปัญหาและความวิตกกังวลเกี่ยวกับคุณภาพข้าวที่เก็บไว้ในโกดัง จากโครงการรับจำนำข้าวตามมาอีกด้วย โดยเฉพาะการปนเปื้อนข้าวที่มีคุณภาพต่ำกว่าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กัมพูชาและพม่า ซึ่งถูกลักลอบนำเข้ามาสวมสิทธิ เรื่องดังกล่าวเป็นในโครงการรับจำนำข้าวจากปัญหาเรื่องคุณภาพข้าวจึงเป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้การประมูลข้าวรอบล่าสุดของไทยออกมาน่าผิดหวัง โดยขายออกได้เพียง 2.1 แสนตันเท่านั้น จากเดิมที่คาดหวังไว้ที่ 1 ล้านตัน

อย่างไรก็ตาม แม้โครงการดังกล่าวจะประสบความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง แต่ในอีกมุมหนึ่งถือเป็นการลงทุนในทางการเมืองอย่างหนัก เห็นได้จากการที่ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ประกาศว่าจะคงโครงการรับจำนำข้าวต่อไป และยินยอมเลิกล้มแผนการลดราคาจำนำข้าวลงมาอยู่ที่ 13,500 บาท จากเดิม 15,000 บาทอย่างรวดเร็ว หลังจากที่ทราบว่าแผนการลดราคาดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่ชาวนา ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญของรัฐบาล

นอกจากนี้ แม้ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะพยายามหาผู้ซื้อข้าวจากต่างชาติเข้ามา แต่จำนวนต่างชาติที่เข้ามาซื้อข้าวจากโครงการจำนำข้าวของไทยกลับมีจำนวนเพียงน้อยนิด โดยเมื่อไม่นานมานี้รัฐบาลอิหร่านตัดสินใจซื้อข้าวไปเพียงแค่ 2.5 แสนตันเท่านั้น

นอกเหนือจากความไม่โปร่งใส และการปกปิดข้อมูลในโครงการรับจำนำข้าวจะเป็นการบ่อนทำลายรัฐบาลแล้ว กลุ่มนักลงทุนยังกังวลถึงความมีประสิทธิภาพต่อการบริหารด้านการคลังของรัฐบาลอีกด้วย โดยเฉพาะปริมาณหนี้สาธารณะที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้ไม่นานมานี้ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส ได้ออกโรงเตือนไทยว่า โครงการรับจำนำข้าวกำลังสร้างความเสี่ยงต่อวินัยการคลังของประเทศ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ