
พลังคิดอย่างสร้างสรรค์พาองค์กรพ้นวิกฤต
การเสริมประสิทธิภาพให้กับองค์กร ด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านการคิด ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
การเสริมประสิทธิภาพให้กับองค์กร ด้วยการพัฒนาศักยภาพบุคลากรโดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านการคิด ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
โดย ชุติมา สุวรรณเพิ่ม
ภาวะความขัดแย้งทางสังคมและการเมืองในปัจจุบัน ส่งผลให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก้าวถอยหลัง คนทำงานเริ่มท้อแท้สิ้นหวัง ไม่มีกำลังใจ หลายองค์กรต่างไม่กล้าขับเคลื่อนไปข้างหน้ามากนัก เพราะเกรงผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
และนี่คือ สิ่งที่กำลังบั่นทอนความก้าวหน้าในการทำงาน และความสำเร็จขององค์กร!!!
กุญแจไขปัญหานี้ กับการเสริมประสิทธิภาพให้กับองค์กร ด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพบุคลากรหรือทรัพยากรบุคคลเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ในภาวะปัจจุบัน โดยเฉพาะการพัฒนาทักษะด้านการคิด ด้วยพลังความคิดสร้างสรรค์!!! กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดความสำเร็จได้ในภาวะวิกฤตเช่นนี้
แนวทาง (คิด) สร้างสรรค์
หลายคนสงสัยว่า “ความคิดสร้างสรรค์” มีความสำคัญต่อการทำงานหรือความสำเร็จได้อย่างไร? ในเมื่อคนทำงานทุกคนล้วนก็มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการทำงานตามสาขาของตนเอง แต่การมีความรู้ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นเป็นผู้มีความคิดสร้างสรรค์!
รัศมี ธันยธร ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ ฐานะผู้บุกเบิกการอบรมสัมมนาหลักสูตรการพัฒนาทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ โดยได้รับรองอย่างเป็นทางการจาก ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์ระดับโลก ในการเปิดอบรมหลักสูตรพัฒนาทักษะการคิดระดับ World Class ในประเทศไทยมานานกว่า 12 ปี ขอขยายความอธิบายว่า
“ความสำคัญของความคิดสร้างสรรค์ คือ ตัวดึงเอาความรู้มาใช้ประโยชน์ได้ตามสถานการณ์ต่างๆ ถ้ามีความรู้มาก แต่ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ ก็ไม่สามารถนำความรู้มาใช้ได้หรือใช้ได้น้อย เปรียบเทียบได้กับคำภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่า ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด เพราะไม่รู้จักใช้ความรู้นั่นเอง ตรงกันข้ามหากคนคนนั้นมีความกล้าคิด กล้าทำอย่างสร้างสรรค์ เขาก็สามารถดึงความรู้ที่มีอยู่มาใช้ในงานได้อย่างถูกต้องเหมาะสม” รัศมี ผู้เชี่ยวชาญด้านสร้างสรรค์ความคิด อธิบาย
“ความคิดสร้างสรรค์” จึงกลายเป็นพลังสำคัญที่จะสามารถขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้าได้อย่างไม่หยุดยั้ง
ในภาวะวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ หากองค์กรต่างๆ ลองหันกลับมาคิดทบทวนดูว่า...
- อะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดของการลงทุน แนวทางหนึ่งที่ได้รับ การยอมรับกันอย่างกว้างขวางว่าดีที่สุดคือ การเตรียมความพร้อมของบุคลากรภายในองค์กร ให้พร้อมในด้านการคิด มีความหวัง และพลังใจในการทำงานในสภาวะที่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ ด้าน
- หากบุคลากรในองค์กรมีทักษะการคิด และมีความพร้อม ที่จะต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆ ก็จะทำให้คนมีความสุขในการทำงาน ไม่ท้อแท้ ไม่สิ้นหวัง มองเห็นแนวทางใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์
ความคิดสร้างสรรค์ ฝึกได้!
“ความคิดสร้างสรรค์ เป็นทักษะที่สามารถฝึกฝนได้ ผลจากการอบรมทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ช่วยปรับเปลี่ยนพัฒนาบุคลิกภาพให้ดีขึ้น เพราะการมีพื้นฐานทางด้านการคิดที่ดี ทำให้ การพูด การฟัง การแสดงความคิดเห็น เปลี่ยนแปลงไปด้วย ดังคำที่ว่า “เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยน” รัศมี แนะนำ
การพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะทางด้านความคิดสร้างสรรค์ อาจไม่ได้ส่งผลกับองค์กรแบบทันทีทันใด แต่เปรียบเสมือนการสร้างรากฐานในระยะยาว เช่น การลดเวลาและความขัดแย้งในการประชุม การลดข้อบาดหมางระหว่างผู้ร่วมงาน หรือแก้ปัญหาการสื่อสารระหว่างหัวหน้ากับลูกน้อง ให้สามารถเข้าใจกันได้มากขึ้น เกิดความสามัคคีในองค์กร หรือแม้กระทั่งการดึงศักยภาพสูงสุดของบุคลากรออกมาใช้
ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ แนะนำดังนี้
1.คิดบวก คิดสร้างสรรค์ (Cresitive Thinking) เป็นหลักสูตรที่คิดค้นขึ้นเพื่อปรับกระบวนทัศน์ หรือทัศนคติเพื่อให้สามารถ|คิดอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการปรับพฤติกรรมที่เป็นด้านลบพร้อมๆ ไปกับการปลูกฝังเทคนิคการคิด
2.การเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ เพิ่มนวัตกรรม (Lateral Thinking More Solution and More Innovation)
รัศมี แนะนำว่า Very Creative เป็นเครื่องมือการพัฒนาทักษะความคิดสร้างสรรค์ที่ ดร.เอ็ดเวิร์ด เดอ โบโน ปรมาจารย์ด้านความคิดสร้างสรรค์หลักสูตรระดับโลกนี้ คิดค้นขึ้นตั้งแต่ปี 1967 โดยศึกษาค้นคว้ากระบวนการคิดของกลุ่มคนที่ชอบทำอะไรใหม่ๆ และสามารถหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีใหม่ๆ ได้ ซึ่งแตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่ที่มักจะชอบทำอะไรซ้ำๆ และคิดอะไรแตกต่างไปจากเดิมไม่ได้ ซึ่งเป็นผลมาจากสมองของมนุษย์ เพราะโดยธรรมชาติสมองของมนุษย์จะทำหน้าที่เก็บข้อมูล จึงทำให้คนมีแนวโน้มสูงที่จะชอบทำอะไรซ้ำๆ และเมื่อได้ศึกษากระบวนการคิดของคนในกลุ่มแรก จึงพบว่าเป็นการคิดแบบตัดข้ามรูปแบบเดิมๆ โดยการนำข้อมูลหนึ่งไปเชื่อมกับอีกข้อมูลหนึ่งโดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย
จากนั้นจึงได้สร้างระบบการคิดเพื่อทำสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา หรือที่เรียกว่า การคิดสร้างสรรค์ ภายใต้ชื่อ Lateral Thinking และทำให้คนทั่วโลกรู้ว่า ความคิดสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ฝึก หรือเรียนกันได้กระทั่งปัจจุบัน
Lateral Thinking เป็นการพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์ ให้สามารถคิดต่อเนื่องไปได้อย่างไร้ขอบเขตไม่มีที่สิ้นสุด สามารถรับมือ และแก้ปัญหาได้ทุกรูปแบบ นอกจากการนำมาใช้แก้ปัญหาแล้ว ยังสามารถนำมาใช้ปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการวางแผนและกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่แหวกกรอบออกไปจากรูปแบบเดิม
3.คิดประสิทธิภาพ คิดสร้างสรรค์ (Edward de Bono’s Simplicity) เพื่อช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว เรียบง่าย ได้ผลงานออกมาก โดยลดขั้นตอนที่ต้องทำอะไรซ้ำซาก
4.คิดเป็นระบบ สื่อสารตรงประเด็น (Six Thinking Hats : Systematic Thinking & Communication) ช่วยจัดระเบียบการคิดการประมวลข้อมูล ที่สามารถทำให้การประชุม หรือการระดมความคิดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้เวลาน้อยที่สุด
5.การตัดสินใจอย่างมีคุณภาพ (Six Value Medals) ทำให้การตัดสินใจและการประเมินผลอย่างครอบคลุมและวัดผลได้อย่างชัดเจน โดยพิจารณาได้ครบทุกปัจจัย ทั้งทางตรงและทางอ้อม
ถึงวันนี้...การเคี่ยวองค์กรให้แกร่งเพื่อความอยู่รอด ปัจจัยทรัพยากรบุคคลจึงเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่อาจจะมองข้ามไปได้







