
กฎหมายทวงหนี้
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ว่ากันว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เป้าหมายหลักของ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ก็เพื่อควบคุมและกำกับดูแลการทวงหนี้ของเจ้าหนี้
ในที่สุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ พ.ศ. ... ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ ว่ากันว่ากฎหมายฉบับนี้ผ่านการตรวจสอบพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว เป้าหมายหลักของ พ.ร.บ.การทวงถามหนี้ก็เพื่อควบคุมและกำกับดูแลการทวงหนี้ของเจ้าหนี้
สาระสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว เกี่ยวกับกำหนดเวลาทวงหนี้ทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือบุคคล ในวันทำงานและวันหยุดราชการ จำนวนครั้งที่เหมาะสมในการติดต่อ และการห้ามผู้ทวงถามติดต่อกับบุคคลอื่นซึ่งมิใช่ลูกหนี้ เว้นแต่บุคคลซึ่งลูกหนี้ได้ระบุไว้ ผู้ประกอบธุรกิจทวงหนี้ต้องจดทะเบียนประกอบธุรกิจ
ผมในฐานะเป็นวิทยากรฝึกอบรมนักทวงหนี้ให้กับสถาบันการเงิน รู้สึกหวาดหวั่นเกี่ยวกับกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ที่จะออกมา เพราะจะจำกัดสิทธิของเจ้าหนี้ตามกฎหมายแพ่งที่สุจริต ทำให้การทวงหนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก แต่ถ้ามองในแง่ดีก็จะทำให้นักทวงหนี้มีการพัฒนาให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น ผมเองขอนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องการทวงหนี้เป็นรายประเด็นดังนี้
สถานการณ์การทวงหนี้ในปัจจุบัน
มีการใช้ความรุนแรงมาก โดยเฉพาะการทวงหนี้นอกระบบ ถ้าใครไปเป็นหนี้ เจ้าหนี้จะเน้นใช้ศาลเตี้ย ไม่เน้นใช้ศาลยุติธรรม เพราะเสียเวลามาก กว่าจะขึ้นศาล กว่าจะสืบพยาน กว่าจะพิพากษา หลังจากนั้นต้องไปสืบหาทรัพย์สินของลูกหนี้ ซึ่งเป็นเรื่องยากเย็นเหลือเกิน เมื่อสืบพบแล้วพอไปยึดทรัพย์ก็ยังมีพวกมาคอยขัดแข้งขัดขา เจาะยางเจ้าหนี้ เช่น ทำตัวเป็นเจ้าของทรัพย์ ทำเป็นซื่อบื่อมาร้องขัดทรัพย์ หรือบางพวกก็อ้างเป็นผัวเมีย มาขอกันส่วน อ้างว่า หนูไม่รู้ว่าสามีไปก่อหนี้ก่อสิน นอกจากนั้นถ้าขายทอดตลาดไปแล้ว ก็ยังมีพวกหัวหมอ เริ่มต้นตั้งแต่คัดค้านราคาที่เจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคาเริ่มต้น หลังจากนั้นถ้ามีการขายทอดตลาดก็ไปคัดค้านว่าราคาต่ำไม่สมควรขาย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าราคาไหนจะสมควรสำหรับลูกหนี้ การขายทอดตลาดก็กำหนดไว้ 6 ครั้งในแต่ละประกาศ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ขายไม่ออก ถ้าเป็นธนาคารก็จะรับซื้อไว้เอง ไม่มีทางเลือกก็รอต่อไป ค่าใช้จ่ายก็บานเบอะ เสียเวลา เจ้าหนี้จึงต้องซื้อทรัพย์สินมาบริหารจัดการเอง บางรายพวกหัวหมอเล่นไม่เลิก ขายทอดตลาดแล้วอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่สุจริต ประมาทเลินเล่อร้ายแรงร่วมกับเจ้าหนี้ฉ้อฉล กว่าคดีจะเสร็จก็ต่อสู้กันหลายเดือน บางรายเป็นปี บางรายหลายปี เสียค่าจ้างทนายความมากกว่าจำนวนหนี้ที่ถูกโกงไป เท่ากับซวย 2 ต่อ ถูกลูกหนี้โกงแล้วยังต้องมาจ่ายค่าทนายความอีก หลายรายตัดใจไม่ใช้สิทธิทางศาล นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันของการทวงหนี้
สถานภาพทางการเงินของเจ้าหนี้
เมื่อถูกเบี้ยวหนี้ เจ้าหนี้ก็ตกที่นั่งลำบาก เงินที่ให้ยืมหรือสินค้าที่ขายไปก็เก็บเงินไม่ได้ ตัวเองก็เป็นหนี้ธนาคาร ก็ไม่มีเงินไปใช้หนี้ธนาคาร ก็เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ต้องไปเบี้ยวสถาบันการเงินอีกต่อหนึ่ง จากเป็นคนดีก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา ไม่เบี้ยวก็ต้องเบี้ยว เมื่อถูกทวงหนี้หนักๆ จากสถาบันการเงิน ต้องเปลี่ยนเป็นคนพลิ้วไม่รักษาคำพูด สตรอเบอร์รีเป็นบางครั้งจากคนที่รักษาความพูด กิจการต่างๆ ก็จะย่ำแย่ลงไปด้วยเพราะขาดสภาพคล่อง
สถานภาพทางการเงินของลูกหนี้
ลูกหนี้ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่อยู่ในสภาพยับเยินหรือที่ภาษากฎหมายเรียกว่า “หนี้สินล้นพ้นตัว” หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า “หนี้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด” รายได้ที่จะหามาชำระหนี้กับปริมาณหนี้คงค้าง สัดส่วนไม่ต้องพูดถึง ดังนั้นไม่ว่าจะทวงเก่งหรือไม่เก่ง ทวงแบบมีมรรยาทหรือทวงแบบข่มขู่ก็ไม่สามารถหาเงินมาชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้ เพราะอยู่ในอาการย่ำแย่ นี่คือปัญหาของการทวงหนี้
คนทวงหนี้หรือคนรับจ้างทวงหนี้
คนไหนที่ทวงเก่งก็มักจะโกงเก่ง หมายความว่า ถ้าลูกจ้างเรามีผลงานในการทวงหนี้ ขณะเดียวกันก็จะมีเรื่องทุจริต หมายความว่า ไหนๆ ข้าก็ทวงหนี้ให้เองเยอะแล้ว ข้าก็ยักยอกไว้เป็นของส่วนตัวอีกส่วนหนึ่ง เก็บเงินแล้วไม่นำมาส่งให้เจ้าหนี้ ทวงหนี้จากลูกหนี้ได้แล้ว เจ้าหนี้ต้องไปทวงจากคนทวงหนี้อีกที่หนึ่ง ดังนั้น ถ้าจะจ้างบริษัททวงหนี้ต้องพิจารณาให้ดี ตั้งแต่ประวัติผู้ถือหุ้นและผู้บริหารว่ามีประวัติในทางเสื่อมเสียเกี่ยวกับทรัพย์สินหรือไม่ ถ้ามีประวัติไม่ดีทางการเงิน ถึงแม้จะเก่งแค่ไหน เพียงไร เข้าตำรา เก่งแต่โกง อย่าจ้างเลยครับ การนำพนักงานฝ่ายอื่น เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี มาใช้ในการทวงหนี้ ก็เป็นเรื่องจำเป็น แต่ว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้เกิดมาเพื่อทวงหนี้ จะต้องนำมาเคาะสนิมสักหน่อย โดยการนำมาฝึกอบรมให้เข้าใจถึงเจตนารมณ์ วิธีการในการทวงหนี้เสียก่อน เพราะถ้าไม่ได้ฝึกอบรม ยิ่งทวง ลูกหนี้ยิ่งโมโห ยิ่งไม่จ่าย ศัตรูมากกว่าเดิม เพราะถ้าเป็นพนักงานบัญชี พวกนี้ได้รับการฝึกมาให้คิดทั้งต้นทั้งดอก ดอกก็คิดเป็นชั่วโมงเลย บาทสลึงไม่ยอมลด ส่วนฝ่ายขายซึ่งเป็นคนขายสินค้าเงินเชื่อให้กับลูกค้า ถ้าให้ไปทวงหนี้ก็จะไม่กล้าทวงเพราะตัวเองไปเสนอขายสินค้า ยกมือไหว้เขา พอลูกค้าเบี้ยว ยกมือเหมือนกันแต่ชี้หน้าลูกค้า บทบาทมันต่างกัน ก็กลัวว่า ถ้าไปบี้ลูกหนี้มาก วันหนึ่งจะขายสินค้าไม่ได้ ทำให้การทวงหนี้ไม่ประสบความสำเร็จ
สุดท้ายท่านใดที่เป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ต้องปรับตัว ปรับวิธีการทวง ปรับมุมมองที่มีต่อกันทั้งเจ้าหนี้และลูกหนี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ยึดหลักปรองดองดีที่สุดครับ







