
“เชฟโรเลต สปิน”คุ้มค่าในสมรรถนะกลางๆ
สร้างความคึกคักให้ตลาดรถ MPV (Muti Purpose Vehicle) สำหรับ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ที่ส่ง “เชฟโรเลต สปิน” รถเอ็มพีวีขนาด 7 ที่นั่ง ออกสู่ตลาดในประเทศไทยแบบหมาดๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ “มองเผื่ออนาคต” ที่ต้องการซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) แต่ก็อยากใช้ประโยชน์อย่างอื่นเพิ่มเติมด้วยหรือจะเป็นรถสำหรับครอบครัวก็ตาม
สร้างความคึกคักให้ตลาดรถ MPV (Muti Purpose Vehicle) สำหรับ บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) ที่ส่ง “เชฟโรเลต สปิน” รถเอ็มพีวีขนาด 7 ที่นั่ง ออกสู่ตลาดในประเทศไทยแบบหมาดๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายและเป็นทางเลือกสำหรับคนที่ “มองเผื่ออนาคต” ที่ต้องการซื้อรถยนต์นั่งขนาดเล็ก (บีเซ็กเมนต์) แต่ก็อยากใช้ประโยชน์อย่างอื่นเพิ่มเติมด้วยหรือจะเป็นรถสำหรับครอบครัวก็ตาม
“เชฟโรเลต สปิน” จึงถูกออกแบบและตอบโจทย์ดังกล่าว ด้วยการพัฒนาบนพื้นฐานรถยนต์นั่งจากรุ่น เชฟโรเลต โซนิค จึงทำให้รูปร่างหน้าตาและการออกแบบภายในมีความคล้ายคลึงกัน อีกทั้งรถยนต์รุ่นดังกล่าวเป็นรถยนต์ที่ผลิตจากโรงงานเบกาซี ในประเทศอินโดนีเซีย ที่ได้มีการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
หน้าตาภายนอกของเจ้า “เชฟโรเลต สปิน” ชูจุดเด่นความเป็นเอกลักษณ์ที่กระจังหน้าแบบ 2 ชั้น ในขณะที่รูปร่างโดยรวม ให้อารมณ์ความรู้สึก “บึกบึน” แต่เรียบง่าย เน้นการใช้งานเป็นหลัก ซึ่งมี “แรคหลังคา” ที่พร้อมติดตั้งกล่องอเนกประสงค์ หรือจะเป็นตัวล็อกจักรยาน เวลาไปไหนมาไหนก็พร้อมรองรับเสมอ
ส่วนภายในห้องโดยสาร ให้สีสันแบบทูโทน สีน้ำตาล กับ สีครีม ให้อารมณ์ความกว้างขวาง แต่เสียดายที่เบาะที่นั่งเป็นเบาะผ้าเท่านั้น ซึ่งมีความเชื่อว่าจะทำความสะอาดยากเมื่อใช้ในระยะเวลานาน แต่สามารถปรับเบาะได้ถึง 23 รูปแบบ ทั้งพับแบบเรียบหมดไว้บรรทุกของขนาดใหญ่ หรือพับบางส่วนไว้สำหรับบรรทุกของส่วนหนึ่งและบรรทุกคนส่วนหนึ่งก็ทำได้เช่นกัน (แต่จากการใช้งานจริงคงปรับกันได้ไม่ถึง 23 รูปแบบหรอก) ส่วนระบบปรับอากาศเป็นแบบแยกส่วนสำหรับเบาะนั่งทั้ง 3 แถวที่สามารถปรับเองได้ด้วย
แต่ที่สังเกตอย่างหนึ่งของเบาะแถวที่ 3 คือ เป็นเบาะที่คนตัวใหญ่หรือตัวสูงไม่สามารถนั่งได้เพราะมันช่างแคบเสียเหลือเกิน ซึ่งเมื่อกางเบาะที่นั่งออกทั้ง 3 แถวแบบพร้อมนั่งเต็มอัตรา จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาด 162 ลิตร และถ้าพับเบาะแถวที่ 3 เก็บ จะเพิ่มขึ้นเป็น 864 ลิตร และถ้าพับเก็บทั้งแถว 2 และ แถว 3 จะมีพื้นที่เก็บสัมภาระหรือขนของทั้งหมด 1,608 ลิตร ซึ่งที่เหมาะสมแบบเดินทางสบายๆ น่าจะนั่งประมาน 45 คน พร้อมกระเป๋าเดินทางน่าจะลงตัวสุด
ในขณะที่การวางตำแหน่งอุปกรณ์ใช้สอยต่างๆ ทั้งเครื่องเสียงที่รองรับการเชื่อมต่อ USB AUX บลูทูธ หรือจะเป็นตำแหน่งของระบบปรับอากาศ ก็วางไว้ในตำแหน่งที่ใช้ง่ายและสะดวก และที่ชอบอย่างหนึ่งคือ ช่องเก็บของกระจุกกระจิกต่างๆ ที่มี “เยอะมาก” ถึง 32 ช่อง ใส่ได้หมดไม่ว่าจะเป็น กระเป๋าสตางค์ กุญแจบ้าน โทรศัพท์มือถือ หรือต่างๆ นานา
ด้านสมรรถนะของเจ้า “เชฟโรเลต สปิน” มาพร้อมด้วยเครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ต่อเนื่อง DCVC (Double Continuous Variable Camphasing) ให้กำลังสูงสุด 107 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 148 นิวตันเมตร ที่ 3,800 รอบ/นาที ซึ่งทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ซึ่งถือได้ว่าเป็นรุ่นแรกในเซ็กเมนต์นี้ ซึ่งมีลูกเล่นการปรับเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองด้วยระบบ Driver Shift Control ให้ควบคุมการทำงานได้ดั่งใจ
จากการลองขับ สัมผัสได้ถึงทัศนวิสัยในการขับขี่ที่มองเห็นอย่างกว้างขวาง เนื่องด้วยตำแหน่งของเบาะที่นั่งสูง เหมือนเวลาเรานั่งรถตู้ด้านหน้าอย่างไรอย่างนั้นซึ่งถ้าคนที่ไม่ชอบก็จะว่าสูงไป แต่โดยส่วนตัวถือว่า “โอเค” ซึ่งจุดหนึ่งที่โดดเด่นในรถระดับนี้คือความเงียบภายในห้องโดยสารที่ถือว่าทำได้ดี ส่วนน้ำหนักและความแม่นยำของพวงมาลัยถือได้ว่าอยู่ในระดับกลางๆ อาจมีน้ำหนักค่อนไปทางเบาเพื่อให้ใช้งานง่ายแต่ยังให้ความมั่นใจขณะขับขี่ได้ดีอยู่
ขณะที่สมรรถนะและอัตราเร่งก็อยู่ในระดับกลางๆ เช่นกัน ซึ่งอัตราเร่งในเกียร์ตำแหน่ง D ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไรนักเพราะยังให้ความรู้สึก “อืด” ในบางจังหวะ แต่เมื่อช่วงความเร็วติดลมบนไปแล้วในระดับ 80-100 กม./ชม. ก็ถือได้ว่าไล่ระดับขึ้นไปได้เรื่อยๆ แต่พอช่วงจังหวะเร่งแซงจุดนี้ก็อาจจะไม่ตอบสนองอย่างรวดเร็วสักเท่าไรนัก ถ้าจะให้ดีลองเลื่อนเกียร์มาในตำแหน่ง M โดยระบบ Driver Shift Control จะทำงานด้วยการกดปุ่ม +/ ในการเพิ่มและลดเกียร์ จะเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ได้ดีขึ้น
สำหรับช่วงล่างและการทรงตัว เหมาะแก่กับการขับแบบเรื่อยๆ เพราะเมื่อขับด้วยความเร็วในระดับ 100-120 กม./ชม. ขึ้นไปจะเริ่มออกอาการโยนให้เห็นบ้างในจังหวะที่เปลี่ยนช่องทางการจราจร แต่ภาพรวมก็ยังถือว่าจุดนี้ทำได้ดีอยู่เพราะการควบคุมทั้งจังหวะเบรกและการซับแรงสั่นสะเทือน ยังให้ความรู้สึกที่ดี
หากเทียบกับรถในเซ็กเมนต์นี้ถือได้ว่า “เชฟโรเลต สปิน” เปิดตัวอยู่ในระดับกลางๆ ด้วยราคา 7.62 แสนบาทกับความอเนกประสงค์ ออปชันที่ได้ และสมรรถนะที่เหมาะสม ก็อยู่ในระดับที่พอใช้ได้ในแบบกลางๆ







