
หุ้นเช้า7ส.ค.ปิดลบ1.24จุด
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า 7 ส.ค.แกว่งกรอบแคบปิดลบ 1.24 จุด ที่1,428.15 จุด มูลค่า 14,589.59 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า 7 ส.ค.แกว่งกรอบแคบปิดลบ 1.24 จุด ที่1,428.15 จุด มูลค่า 14,589.59 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยช่วงเช้าวันที่ 7 ส.ค.แกว่งตัวในกรอบแคบ ตลอดช่วงการซื้อขาย จนมาปิดการซื้อขายภาคเช้าที่ระดับ 1,428.15 จุด ลดลง 1.24 จุด หรือ -0.09% มูลค่าซื้อขาย 14,589.59 ล้านบาท
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่
PACE มูลค่าซื้อขาย 1,421.23 ล้านบาท ปิดที่ 3.14 บาท ลดลง 0.36 (-10.29%)
TRUE มูลค่าซื้อขาย 1,312.545 ล้านบาท ปิดที่ 7.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 (+0.64%)
HMPRO มูลค่าซื้อขาย 769.04 ล้านบาท ปิดที่ 14.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 (+0.71%)
QH มูลค่าซื้อขาย 628.64 ล้านบาท ปิดที่ 3.16 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 (+3.27%)
KBANK มูลค่าซื้อขาย 607.544 ล้านบาท ปิดที่ 177.50 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 (+0.85%)
SCB มูลค่าซื้อขาย 527.99 ล้านบาท ปิดที่ 155.50 บาท -0.50 (-0.32%)
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สำนักวิจัยทิ สโก้ กล่าวว่า ดัชนีในภาคเช้าเคลื่อนไหวผันผวนทั้งในแดนบวกและลบ เนื่องได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นทั่วโลกส่วนใหญ่ที่ปรับตัวลดลง หลังจากนักลงทุนมีความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) จะชะลอหรือลดขนาดวงเงินในการดำเนินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ 3(คิวอี3)
นอกจากนี้ยังปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากการเมืองในประเทศที่มีการนำร่างพ.ร.บ.เสนอต่อที่ประชุมสภาให้พิจารณาในช่วงบ่ายวันนี้ว่าสถานการณ์จะมีแนวโน้มต่อไปอย่างไร และยังปัจจัยลบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
ทั้งนี้ในภาคบ่ายคาดว่าดัชนีจะยังเคลื่อนผันผวนต่อไปเพื่อรอดูการเคลื่อนไหวทางการเมืองซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะควบคุมดูแลสถานการณ์ได้แม้จะมีเหตุกระทบทั่ง แต่ยังเชื่อว่าจะไม่มีความรุนแรง และหากสภาเห็นชอบพิจารณาผ่านวาระ 1 ได้จะเป็นอิทธิพลเชิงบวกต่อตลาดหุ้นให้มีโอกาสรีบาวน์เพิ่มขึ้น ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีของวัน ให้แนวรับอยู่ที่ 1,425-1,420 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,435-1,440 จุด
กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเก็งกำไรหากไม่มีเหตุรุนแรงจนกระทบให้หลุดระดับ 1,400 จุด โดยหากหลุดระดับดังกล่าวมีโอกาสหลุดที่ระดับ 1,360 จุด และ 1,350 จุด







