
อดีตมีค่าของไปรษณีย์ไทย
อดีตเป็นสิ่งมีค่า ทั้งทางประวัติศาสตร์ การเงิน โดยเฉพาะด้านจิตใจ
อดีตเป็นสิ่งมีค่า ทั้งทางประวัติศาสตร์ การเงิน โดยเฉพาะด้านจิตใจ
ผู้เขียนเสียดายที่พลาดการเดินทางที่สำคัญครั้งหนึ่งในชีวิตเมื่อเกือบ 30 ปีที่แล้ว ผู้เขียนเสียดายที่ไม่สามารถขึ้นไปดูพระอาทิตย์เที่ยงคืนในกลางเดือน ก.ค. ที่ Northcape หรือแหลมเหนือนอร์เวย์ได้
ครั้งหนึ่ง ขณะเดินทางไปสถานที่ต่างๆ สามีของผู้เขียนส่งตามเมืองที่ผ่านไปตามฟยอร์ดหลายแห่ง คุณสามีส่งโปสการ์ดกลับมาให้ผู้เขียนเป็นระยะๆ ผู้เขียนรู้สึกว่าโปสการ์ดคือสิ่งเดียวที่สามารถเชื่อมความรู้สึกให้คนที่อยู่ไกลกันเข้ามาอยู่ใกล้กันได้อย่างประหลาด
แต่ โปสการ์ดฉบับอื่นๆ ที่เขาส่งมาในการเดินทางเที่ยวนั้นไม่ได้รู้สึกน่าตื่นเต้นเท่ากับโปสการ์ดฉบับหนึ่ง
คือโปสการ์ดมาจากไปรษณีย์ ซึ่งตั้งอยู่ที่ Northcape คือจุด (สมมติ) ที่ถือว่าอยู่เหนือสุดของแผ่นดินหลังจากที่ข้ามเส้นขั้วโลกเหนือและเข้าไปในเขตทุนคราแล้ว
เพราะนั่นคือเป้าหมายซึ่งเป็น Climax ในการเดินทางหลังจากตะลอนด้วยรถบ้าง เรือบ้าง และแวะพักตามแคมป์รายทางจาก Oslo ขึ้นไปสิบกว่าวัน หลังจากกลับมาเมืองไทย เขาเล่าถึงโปสการ์ดฉบับนั้นให้ฟังว่า...
ทุกคนที่ส่งโปสการ์ดที่ Northcape ต่างรู้สึกตื่นเต้นในการนับเวลาถอยหลังในตอนส่งโปสการ์ด และต้องการที่จะได้รับการประทับตราบนโปสการ์ดเวลา 00.00 น. ซึ่งก็หมายถึงเวลาเที่ยงคืนพอดี
ซึ่งก็คงจะมีเพียงคนเดียวในคืนนั้นที่จะได้ประทับเวลา 00.00 น.
ผู้เขียนเห็นว่า... การคิดทำอย่างนั้นของไปรษณีย์ที่นั่น ทำให้ดูขลังดี
นักสะสมสิ่งของเกี่ยวกับไปรษณียากรตัวจริง ต่างก็คิดสร้างเรื่องราวผนวกเข้าไปในการสะสมจึงจะได้เพิ่มคุณค่าให้กับการสะสมค่ะ
กรณีที่น่าสนใจกรณีหนึ่ง อีกครั้งหนึ่งที่ผู้เขียนเห็นว่าเป็นอีกตัวอย่างในการทำให้เพิ่มคุณค่าจดหมายฉบับหนึ่งกลายเป็นจดหมายที่ทิ้งอดีตไว้อย่างเป็นเรื่องเป็นราวได้อย่างไม่น่าเชื่อ คือ...
เนรทกรณวันที่ 1 พ.ค. 2528 เป็นวันที่สายการบินไทยอายุครบ 25 ปี ลูกเรือคนหนึ่งไปซื้อแสตมป์ที่ไปรษณีย์ตั้งแต่เช้า ซึ่งเป็นวันแรกที่ไปรษณีย์ทุกแห่งนำแสตมป์การบินไทยอายุครบ 25 ปี ที่มีรูปเครื่องบินบริษัท การบินไทย ออกจำหน่าย
ลูกเรือคนนั้นนำซองจดหมายติดแสตมป์รูปเครื่องบินของการบินไทยแล้วไปให้เพื่อนพนักงานที่บินในเที่ยวบินเดียวกันวันนั้นเซ็นที่หลังซองทุกคนพร้อมกับเขียนเลขเที่ยวบินที่เขาและเพื่อนๆ ทุกคนที่จะทำการบิน เขาส่งกลับบ้านถึงตัวเองที่ตู้ไปรษณีย์หน้าบริษัท การบินไทย ก่อนรถวิ่งออกจากสำนักงานใหญ่พาลูกเรือไปบิน
การคิดทำอะไรทำนองนี้ก็มาในแนวเดียวกับการที่ NASA ให้นักบินอวกาศคนหนึ่งให้นักบินอวกาศนำจดหมายไปที่ดวงจันทร์แล้วนำกลับมาส่งยังโลก
คิดดูสิคะว่ากิกิจกรรมหลายอย่างเกี่ยวกับการส่งโปสการ์ดและจดหมายที่ผู้เขียนเล่ามานี้ เมื่อเวลาผ่านไปโปสการ์ดและจดหมายเหล่านั้นจะกลายเป็นอดีตที่มีค่าขึ้นมาอีกขนาดไหน ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวกับไปรษณีย์เมื่อเวลาผ่านไปจะกลายเป็นอดีตที่มีค่า ลองไปดูพิพิธภัณฑ์ไปรษณีย์ที่ไปรษณีย์กลางบางรักสิคะ ไม่ว่าจักรยานเก่าๆ ซึ่งพนักงานไปรษณีย์ขี่นำจดหมายไปส่งตามบ้าน ตู้ไปรษณีย์รุ่นเก่า อุปกรณ์ส่งโทรเลข รหัสมอร์ส ฯลฯ
นั่นคือที่มาที่ทำให้บริษัท ไปรษณีย์ไทยเติบโตมาได้ถึงทุกวันนี้ พิพิธภัณฑ์บริษัท ไปรษณีย์ไทยนำเสนอเนื้อหาน่าสนใจไม่ด้อยไปกว่า Royal Museum ของไปรษณีย์อังกฤษที่ลอนดอน
ผู้เขียนขอทิ้งท้ายในตอนสุดท้ายที่เขียนถึงบริษัทไปรษณีย์ไทยตอนนี้ว่า ทุกองค์กรก็กำลังเดินผ่านเวลาและมีอายุขัยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต่างไปจากบริษัทไปรษณีย์ไทย วันหนึ่งคนรุ่นต่อไปในองค์กรท่านจะต้องการนำเรื่องในอดีตไปใช้ประโยชน์
ขอให้ท่านมอบหมายให้หน่วยงานสักหน่วยงานหนึ่งในองค์กรเก็บรักษาเรื่องราวขององค์กรรวมทั้งสิ่งของสำคัญอย่างอื่นไว้บ้างอย่างต่อเนื่อง วันหนึ่งเมื่อองค์กรมีอายุครบ 2050 ปี และต้องทำหนังสือแสดงความก้าวหน้าและเติบโตขององค์กรเพื่อจะเปิดขายหุ้นขยายกิจการ ถ้าท่านไม่เตรียมข้อมูลให้กับกิจกรรมวันนั้นตั้งแต่วันนี้ คนทำงานวันนั้นจะเครียดและหัวเสียมากค่ะ ผู้เขียนเคยอยู่ในอารมณ์นี้มาแล้วเมื่อไปช่วยทำงานให้กับองค์กรบางแห่ง และตกใจว่า... บางองค์กรแทบไม่ได้เก็บเรื่องราว รูปภาพ ในอดีตไว้เลย ผู้เขียนต้องหาทางออกโดยการไปขอจากพนักงานที่เกษียณไปแล้วและไปหาที่ตลาดจตุจักร
เชื่อเถอะค่ะว่า... อดีตขององค์กรมีค่าอย่างยิ่ง เป็นสิ่งที่สามารถเพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรและผลิตภัณฑ์ได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่าทิ้งอดีตที่มีค่าของตนเองไปนะคะ เสียดายค่ะ







