
แกรมมี่ย้ำฮอร์โมนเพื่อสังคม
เข้าแจงกสทช.ใช้เวลา2เดือนสรุปผลเล็งคลอดภาคสองสะท้อนวัยทำงาน
เข้าแจงกสทช.ใช้เวลา2เดือนสรุปผลเล็งคลอดภาคสองสะท้อนวัยทำงาน
แกรมมี่แจงซีรีส์ฮอร์โมนมุ่งสะท้อนสังคม เล็งคลอดภาค 2 วัยทำงาน กสทช.ขอ 2 เดือนสรุปผล
น.ส.จินา โอสถศิลป์ ผู้บริหาร บริษัทจีเอ็มเอ็ม ไท หับ ในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ เปิดเผยว่า ภาพยนตร์ซีรีส์เรื่อง ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น นั้น สถานีมีความตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ต่อสังคม เพราะก่อนที่จะทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวได้มีการศึกษาข้อมูลเป็นที่เรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้เรียกร้องถึงความไม่เหมาะสมก็ยินดีปฏิบัติตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) อย่างเคร่งครัด
“ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะผลิตซีรีส์ออกอากาศเพียงเรื่องเดียว คือ ฮอร์โมนวัยว้าวุ่น ซึ่งหลังจากจบซีรีส์เรื่องดังกล่าวก็จะนำหนังสั้นจำนวน 8 เรื่อง ซึ่งเป็นภาคต่อของภาพยนตร์จีทีเอชที่เคยได้รับความนิยมนำมาผลิตเป็นหนังสั้นออกอากาศ เช่น รถไฟฟ้ามาหานะเธอ และเอทีเอ็มเออรักเออเร่อ เป็นต้น” น.ส.จินา กล่าว
ด้านนายทรงยศ สุขมากอนันต์ ผู้กำกับ ซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เข้าชี้แจงกับ กสทช. เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง กสทช.ก็รับฟังคำชี้แจง พร้อมกับติงเนื้อหาจำนวน 2 ฉากในเรื่อง คือ ฉากพระถูกทำร้าย และฉากไล่เด็กผู้ชายไปใส่ถุง ซึ่งบริษัทก็ยอมรับในคำแนะนำดังกล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้าที่จะถ่ายทำ บริษัทยอมรับว่ามีความกังวลตั้งแต่ตอนที่เขียนบทจึงพยายามใช้ภาษาในการสื่อสารผ่านการเล่าเรื่องให้เหมาะสม เนื่องจากจุดมุ่งหมายของคณะผู้จัดทำมีเจตนาที่ดี เพราะต้องการสะท้อนภาพสังคม และมุ่งให้ผู้ชมซีรีส์เป็นแบบผู้ใหญ่ดูกับเด็ก
ทั้งนี้ ซีรีย์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น จะเหลือเนื้อหาออกอากาศอีก 2 ตอน คือ ตอนที่ 12 และตอนที่ 13 ส่วนตอนที่ 14 จะเป็นภาพเก็บตกเบื้องหลังการถ่ายทำ ซึ่งในส่วนของตอนที่เหลืออาจมีเนื้อหาที่ค่อนข้างรุนแรงอีก 1 แต่ก็ไม่รุนแรงเท่ากับเนื้อหาของตอนที่ผ่านมา
สำหรับความคืบหน้าการทำซีรีส์ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ซีซัน 2 นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ซึ่งหากทำจะเป็นตอนต่อที่ตัวละครเติบโตขึ้นเป็นวัยทำงานและวัยครอบครัว
ขณะที่ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการ ด้านผังรายการและเนื้อหารายการ กสทช. กล่าวว่าขั้นตอนอยู่ระหว่างการตรวจสอบเนื้อหาของซีรีส์ ฮอร์โมน วัยว้าวุ่น ว่าจะเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 37 อย่างไรบ้างซึ่งภายใน 2 เดือนน่าจะได้ข้อสรุป
“จากปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าว กสทช.ขอชี้แจงว่าดำเนินการตามหน้าที่เมื่อมีผู้มาร้องเรียน จึงขอความเห็นใจอย่าถามถึงเรื่องการเอาความผิด เพราะการทำงานของ กสทช.ยึดหลักการทำงาน 2 ข้อหลัก คือ ไม่ชอบลงโทษใคร และไม่พิพากษาใครล่วงหน้า” พล.ท.พีระพงษ์ กล่าว







