posttoday
ไอ.ซี.ซี.จ่อโละเสื้อผ้า10แบรนด์ไม่ทำเงิน

ไอ.ซี.ซี.จ่อโละเสื้อผ้า10แบรนด์ไม่ทำเงิน

06 สิงหาคม 2556

ไอ.ซี.ซี.ฯ ใส่เกียร์ต่ำลดความเสี่ยง จ่อโละเสื้อผ้า 10 แบรนด์ไม่สร้างรายได้ ประคองยอด 3,000 ล้าน

ไอ.ซี.ซี.ฯ ใส่เกียร์ต่ำลดความเสี่ยง จ่อโละเสื้อผ้า 10 แบรนด์ไม่สร้างรายได้ ประคองยอด 3,000 ล้าน

ขายวาโก้ ก.ค.ส.ค.ล่วง สิ้นปีรายได้ไม่โต กวาด 3,000 ล้านบาท

นายธรรมรัตน์ โชควัฒนา กรรมการผู้ช่วยผู้อำนวยการ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชุดชั้นในวาโก้ เปิดเผยว่า จากการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ยอดขายชุดชั้นในวาโก้ในเดือน ก.ค.นี้ ลดลง 30% และเดือน ส.ค. คาดว่ายอดขายจะลดลงอีก และยังไม่สามารถประเมินได้ว่าในช่วงไตรมาส 4 กำลังการซื้อในช่วงเทศกาลจะกลับมาคึกคักหรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากการชุมนุมทางการเมืองว่ายืดเยื้อหรือไม่ด้วย

อย่างไรก็ตาม รายได้ชุดชั้นในวาโก้ทั้งปีนี้คาดว่าไม่เติบโตหรือมีรายได้ 3,000 ล้านบาท เท่ากับปีที่ผ่านมา จากเป้าหมายเดิมที่ตั้งเป้าโต 20% หรือ 3,200 ล้านบาท เพราะช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเติบโต 10% โดยคาดว่าการชุมนุมทางการเมืองจะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อผู้บริโภคลดลง และพบว่าสัปดาห์ที่ผ่านมาผู้บริโภคเดินห้างลดลง

ขณะที่ในครึ่งปีแรกได้รับผลจากพิษเศรษฐกิจส่งผลให้แบรนด์วาโก้เติบโตเพียง 78% ดังนั้น แผนการตลาดนับจากนี้จะเดินนโยบายใส่เกียร์ต่ำตามนโยบายของนายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ โดยในเดือน ส.ค.นี้จะพิจารณาเสื้อผ้า 10 แบรนด์ที่ทำตลาดแล้วขาดทุน หรือไม่มีอนาคต เพื่อเลิกทำตลาด

ไป โดยจะพิจารณาในเดือนส.ค.-ก.ย.นี้ ซึ่งจะเป็นแบรนด์ที่ทำเองหรือซื้อไลเซ่นส์มาก็ตาม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน ไอ.ซี.ซี.ฯ มีเสื้อผ้าจำหน่ายทั้งหมด 60 แบรนด์ เป็นแบรนด์ที่สร้างรายได้ 20% และอีก 80% ไม่สร้างรายได้ ส่วนในย่านศูนย์การค้าสยามพารากอนและเซ็นทรัลเวิลด์อาจจะเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบยอดขาย หากมีการชุมนุมทางการเมือง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศมาซื้อสินค้าเยอะ โดยเฉพาะกลุ่มทัวร์จีน

“บริษัทเตรียมแผนรองรับโดยหันมาให้ความสำคัญกับตลาดในประเทศมากขึ้น ลดการสต๊อกสินค้าลงเพื่อลดความเสี่ยงและมุ่งบริหารจัดการระบบซัพพลายเชน ซึ่งหากมีการปฏิวัติเกิดขึ้น ยอดขายจะลดลงไม่ถึง 10% แต่ไม่มีนโยบายถึงขั้นชะลอเปิดตัวสินค้าใหม่ ในครึ่งปีหลังนี้จะเปิดตัวทั้งสินค้าแบรนด์ของบริษัทและนำเข้า” นายธรรมรัตน์ กล่าว

สำหรับตลาดชุดชั้นในมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท พบว่าชุดชั้นในระดับล่างเติบโตดี โดยภาวะเศรษฐกิจซบเซาทำให้ผู้บริโภคปรับพฤติกรรมลดความถี่ในการซื้อลง บริษัทจึงวางแผนผลิตชุดชั้นในวาโก้ลงสู่ตลาดระดับกลางวางระดับราคา 400-500 บาท จากปกติราคาต่ำสุดอยู่ที่ 700-800 บาท และนำคอลเลกชันเก่ามาจำหน่ายราคา 400-500 บาท เพื่อรองรับกำลังซื้อผู้บริโภคที่ลดลง

นอกจากนี้ ยังเร่งวางแผนขยายตลาดอาเซียนในพม่า กัมพูชา และลาว ทั้งการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายเพิ่ม หรือเข้าไปทำตลาดเอง จากเดิมเน้นจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเท่านั้นจากปัจจุบันเน้นขายผ่านตัวแทนจำหน่าย โดยปัจจุบันวาโก้ ถือว่าเป็น ธุรกิจหลักที่สร้างรายได้เป็นอันดับ 1 ของบริษัท มีสัดส่วน 20%

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ