
เครื่องใช้ไฟฟ้าหืดจับลุ้นการเมืองไม่ป่วน ปีนี้โต 5%
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นับว่าโดนปัจจัยลบกระหน่ำหลายเด้งมาก เช่น โดนโครงการรถคันแรกแย่งกำลังซื้อ เจอผลกระทบจากความไม่ชัดเจนระบบออกอากาศทีวีดิจิตอลทำให้ตลาดโทรทัศน์ช็อก รวมถึงภาพใหญ่ผลจากเศรษฐกิจโลกฉุดเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าเป้าที่คาด และแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวคงจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง จากผลดังกล่าว ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างดิ้นสู้ ระดมวางสินค้ารุ่นใหม่ อัดโปรโมชั่น หวังไตรมาสสุดท้ายปีนี้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับมาฟื้นตัวได้ แต่จะมากแค่ไหนยังมีปัจจัยอะไรน่ากังวลอีก
ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกที่ผ่านมา นับว่าโดนปัจจัยลบกระหน่ำหลายเด้งมาก เช่น โดนโครงการรถคันแรกแย่งกำลังซื้อ เจอผลกระทบจากความไม่ชัดเจนระบบออกอากาศทีวีดิจิตอลทำให้ตลาดโทรทัศน์ช็อก รวมถึงภาพใหญ่ผลจากเศรษฐกิจโลกฉุดเศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าเป้าที่คาด และแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวคงจะต่อเนื่องไปถึงครึ่งปีหลัง จากผลดังกล่าว ผู้ประกอบการเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างดิ้นสู้ ระดมวางสินค้ารุ่นใหม่ อัดโปรโมชั่น หวังไตรมาสสุดท้ายปีนี้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้ากลับมาฟื้นตัวได้ แต่จะมากแค่ไหนยังมีปัจจัยอะไรน่ากังวลอีก
อลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจีอิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า นอกจากปัจจัยลบเศรษฐกิจเป็นตัวฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภค ในด้านความไม่แน่นอนทางการเมือง ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายใช้สอย เพราะไม่มั่นใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต
นอกจากนี้ การเกิดของทีวีดิจิตอลก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัย เนื่องจากขณะนี้ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการประกาศใช้ทีวีดิจิตอล จึงทำให้ผู้บริโภคยังรอความชัดเจน และชะลอการซื้อทีวีใหม่ออกไป
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในตอนนี้มองว่ายังเดินหน้าต่อไปได้ หากไม่มีปัจจัยเรื่องการเมืองมาเป็นจุดเปลี่ยน เพราะจากภาพรวมเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันยังไม่เลวร้าย แต่คงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
อลงกรณ์ กล่าวว่า แผนการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังนี้ยังคงเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะทีวี ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมการตลาดเพื่อผลักดันให้สิ้นปีมีรายได้ 2.2 หมื่นล้านบาท ตรงตามเป้าหมายที่วางไว้
ณัฐพงษ์ ฤกษ์สุทธิวิเศษ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พานาโซนิค เอ.พี. เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรก ยอมรับว่าเติบโตทรงตัวเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับปัจจัยบวกจากการแจกคูปองส่วนลดเครื่องใช้ไฟฟ้าเพื่อชดเชยให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วม
ขณะที่ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีมีปัจจัยลบกระทบหลายด้าน เช่นปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคหันมาประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะได้ใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับการซื้อรถคันแรก นอกจากนี้ยังต้องเตรียมเงินบางส่วนไว้กับการผ่อนชำระค่ารถ และเติมน้ำมัน จึงทำให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกที่ผ่านมาเติบโตทรงตัว
จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้การแข่งขันในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่คึกคักมากนัก เนื่องจากปริมาณความต้องการของผู้บริโภคไม่หวือหวา ซึ่งจากแนวโน้มที่เกิดขึ้นดังกล่าวส่งผลให้พานาโซนิคต้องออกมาทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่อง เช่น ทำกิจกรรม ณ จุดขาย การจัดโรดโชว์
รวมทั้งพานาโซนิคยังมีแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้าทำตลาด โดยเฉพาะสินค้าที่มีขายตามฤดูกาล เช่น เครื่องซักผ้า และเครื่องทำน้ำอุ่น ซึ่งสิ้นปีนี้คาดว่าจะมียอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย หากสภาพอากาศเป็นไปตามปกติ
ในด้านของบริษัท ฮิตาชิ ก็ออกมายอมรับเช่นกันว่าภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าครึ่งปีแรกที่ผ่านมาชะลอตัว เนื่องจากอารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคปรับตัวลดลง เมื่อเทียบกับปี 2555 ซึ่งได้รับปัจจัยบวกกระตุ้นเศรษฐกิจหลังน้ำท่วมปลายปี 2554
บุญชัย พุทธาโกฐิรัตน์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายขายและฝ่ายการตลาด บริษัท ฮิตาชิ เซลส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า อารมณ์การจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เนื่องจากเศรษฐกิจรวมของประเทศยังชะลอตัว สังเกตได้จากจีดีพีของประเทศช่วงครึ่งปีแรกที่ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งมาจากการเบิกจ่ายงบของภาครัฐที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่ส่งผลถึงผู้บริโภค ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ชะลอการจับจ่ายใช้สอย หลังจากใช้เงินส่วนหนึ่งไปกับการซื้อรถยนต์คันแรก
บุญชัย กล่าวต่อว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาพรวมตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมาโต 0-5% และในช่วงครึ่งปีหลังคาดโตไม่เกิน 5% หลังผู้ประกอบการเริ่มมาทำตลาด และเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย
ในส่วนของฮิตาชิ ครึ่งปีหลังจะทำตลาดเชิงรุกมากขึ้น ทั้งกิจกรรม ณ จุดขาย เปิดตัวสินค้าใหม่ โดยจะเปิดตัวเครื่องซักผ้าอีกกว่า 10 รายการ
พร้อมกันนี้ยังมีแผนทำโปรโมชั่นต่อเนื่อง โดยเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้มีแผนเปิดตัวแคมเปญ ฮิตาชิ แฮปปี้ เฟสติวัล ร่วมกับตัวแทนจำหน่าย จำหน่ายสินค้าราคาพิเศษ หลังทำกิจกรรมการตลาดต่อเนื่องคาดว่าสิ้นปีจะมียอดขายเติบโตตามเป้าหมาย 10-15%
จากแผนการดำเนินงานดังกล่าว ถ้าไม่มีสถานการณ์เลวร้ายอะไรเกิดขึ้น เชื่อว่าน่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายของแต่ละค่ายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ แต่ทั้งนี้คงต้องจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะยังเหลือเวลาอีก 5 เดือนอะไรก็เกิดขึ้นได้







