posttoday
ลดตราสารหนี้หาจังหวะเพิ่มหุ้น

ลดตราสารหนี้หาจังหวะเพิ่มหุ้น

05 สิงหาคม 2556

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFPผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ CFPผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาติ จำกัด (มหาชน)

การปรับพอร์ตการลงทุน โดยลดการถือครองตราสารหนี้ จากนั้นโยกเข้าหุ้นในตลาดหลัก โดยเฉพาะสหรัฐยังคงดำเนินต่อไป หลังสหรัฐมีสัญญาณเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ขณะที่ยูโรโซนเศรษฐกิจเริ่มหยุดทรุดตัว ส่วนญี่ปุ่นความเชื่อมั่นดีขึ้น

พันธบัตรสหรัฐถูกขายทำกำไร ราคาร่วงจนดันบอนด์ยิลด์ 10 ปี ขึ้นมาที่ 2.7% จาก 1.78% เมื่อสิ้นปี 2555 และ 1.62% เมื่อสิ้น พ.ย. 2555 แม้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรล่าสุดจะเพิ่มน้อยกว่าที่ตลาดคาด บอนด์ยิลด์ก็ถอยลงมาที่ 2.6% ยังคงเป็นระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระยะยาว

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นหลักเดินสวนตราสารหนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐยังคงเดินหน้าทำสถิติปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตลาดหุ้นยุโรปกลับขึ้นใกล้จุดสูงสุดในรอบ 5 ปี หลังนักลงทุนคลายความวิตกกังวลเรื่องเฟดจะลดการอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ (ลด QE)

ผลประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ล่าสุด ใช้ถ้อยคำที่ระมัดระวังเพื่อไม่ให้สร้างความผันผวนต่อตลาดการเงิน สรุปแล้วยังย้ำคำเดิมว่า การลด QE ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ ความสนใจของตลาดจึงพุ่งเป้าไปที่ตัวเลขเศรษฐกิจในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า

ขณะนี้ตลาดได้รับข่าวเฟดเตรียมลด QE ไปค่อนข้างมากแล้ว เห็นได้จากนักเศรษฐศาสตร์ครึ่งหนึ่งคาดการณ์ว่าเฟดจะเริ่มลด QE ในเดือน ก.ย. ที่เหลือเกือบทั้งหมดเชื่อว่าจะเริ่มลดก่อนสิ้นปีนี้

อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางในยุโรป (ECB) และญี่ปุ่น (BOJ) ส่งสัญญาณยืนยันจะกดดอกเบี้ยต่ำต่อไป เนื่องจากเศรษฐกิจยูโรโซนและญี่ปุ่นยังอ่อนแอ ในส่วนของ BOJ จะทำ QE ต่อไปเดือนละ 5.8 หมื่นล้านดอลลาร์ เป็นเวลา 2 ปี ครบโปรแกรมในเดือนเม.ย. 2558

จะเห็นได้ว่า ทิศทางนโยบายการเงินของเฟดเริ่มฉีกออกจากของ ECB และ BOJ เป็นครั้งแรกในรอบไม่น้อยกว่า 5 ปี
ส่วนความกังวลเรื่องเศรษฐกิจจีนชะลอตัว ตลาดก็ตอบรับไปมากแล้วเช่นกัน ขณะที่ตัวเลขภาคผลิตและบริการเดือนล่าสุดขยายตัวดีกว่าที่ตลาดคาด

ขณะที่ความเสี่ยงภายนอกลดลง แต่ความเสี่ยงภายในกลับเพิ่มขึ้น หลังวิปรัฐเตรียมเข็นร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันที่ 7 ส.ค. ฝ่ายที่เห็นต่างแสดงจุดยืนคัดค้านเต็มที่ รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.มั่นคงฯ 3 เขต กทม. ในช่วงวันที่ 1-10 ส.ค.นี้

ด้านนายกฯ พยายามลดอุณหภูมิการเมือง ด้วยการเสนอตั้งสภาปฏิรูปการเมือง ดึงทุกฝ่ายร่วมหาทางออกให้ประเทศ แต่ดูจะไม่ค่อยมีสัญญาณตอบรับจากฝ่ายตรงข้าม คงต้องติดตามดูกันต่อว่า การชุมนุมจะยืดเยื้อและรุนแรงแค่ไหน จะมีผลให้การลงทุนเมกะโปรเจกต์และงบประมาณปี 2557 ล่าช้ามากน้อยแค่ไหน

ระยะสั้น ความเสี่ยงการเมืองจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้น ตลาดหุ้นไทยอาจดูแย่กว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่ตราบเท่าที่ไม่ทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจระยะยาวเปลี่ยน ตลาดหุ้นไทยในระยะถัดไปจะวิ่งไล่ตามตลาดหุ้นในภูมิภาค เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา

การปรับฐานจากความเสี่ยงทางการเมือง จึงเป็นโอกาสของนักลงทุนระยะยาวในการเลือกเก็บหุ้นพื้นฐานดีที่ทรุดแรงเกินปัจจัยพื้นฐานบริษัท

ตลาดหุ้นไทยแถว 1,420 จุด ถือว่าไม่แพง ค่าพี/อีอยู่ที่ 12.6 เท่า ของประมาณการกำไรปี 2556 ขณะที่กำไรต่อหุ้นถูกคาดหมายว่าจะโตราว 17% ในปี 2556

ที่น่าห่วงคือ บอนด์ยิลด์ 10 ปี บ้านเราที่ไต่ขึ้นมาที่ 4.02% แล้ว บอนด์ยิลด์ 10 ปี เป็นตัวแทนอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (Risk Free Rate) การไต่สูงขึ้นมากจะทำให้นักลงทุนเรียกร้อง|ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ขณะที่การเมืองดูวุ่นวาย ในช่วง 2 สัปดาห์ข้างหน้า อย่าลืมทบทวนผลประกอบการไตรมาส 2 หุ้นที่อิงการบริโภคในประเทศ คงได้รับผลกระทบบ้างจากการบริโภคที่แผ่วลง อย่างไรก็ดี ปัจจัยหนุนระยะยาวยังอยู่ การปรับฐานราคาหุ้นจึงเป็นโอกาสของการทยอยซื้อ

ตลาดหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,400 จุด หากหลุดเสี่ยงจะลงไปทดสอบจุดต่ำสุดเดิมแถว 1,350 จุด หาจังหวะทยอยเก็บหุ้นพื้นฐานดีที่เทรดต่ำกว่ามูลค่าระยะยาว เช่น ADVANC, INTUCH, CPALL, BGH, JAS, BTS, CPN, HMPRO เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69