
กองทุนรอซื้อหุ้นไม่หวั่นการเมือง
ผู้จัดการกองทุนไม่กังวลการเมือง มองจังหวะเลือกซื้อหุ้น “ทิสโก้” ฉวยจังหวะหุ้นปรับฐาน ออกกองใหม่ช้อน
ผู้จัดการกองทุนไม่กังวลการเมือง มองจังหวะเลือกซื้อหุ้น “ทิสโก้” ฉวยจังหวะหุ้นปรับฐาน ออกกองใหม่ช้อน
น.ส.ธิดาศิริ ศรีสมิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กำกับดูแลบริหารจัดการลงทุนตราสารทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจัยการเมืองในประเทศทำให้ตลาดแกว่งตัว เพราะยังมีความไม่แน่นอนอยู่ แต่ก็คาดว่าจะจบลงด้วยดีและกรณีเลวร้ายคงไม่ทำให้ตลาดหุ้นปรับตัวลงอย่างรุนแรง
สำหรับการปรับตัวลงของหุ้นในช่วงนี้ไม่ได้อยู่นอกเหนือความคาดหมาย เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาตลาดหุ้นปรับตัวขึ้นไปสู่ระดับ 1,600 จุด จึงมีแรงขายทำกำไรออกมา ดัชนีจึงลงมาพักฐาน ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังชะลอตัวลง จากการบริโภคภายในประเทศที่ลดลง
นอกจากนี้ สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่พบว่าผู้ถือหน่วยลงทุนมาไถ่ถอนเพราะกังวลการเมือง ซึ่ง บลจ.กสิกรไทย จะใช้จังหวะนี้เลือกเก็บหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่ชัดเจน ซึ่งตอนนี้กองทุนมีเงินสดพร้อมซื้อหุ้น ส่วนจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละกองทุน รวมทั้งยังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้ไว้ที่ 1,570-1,600 จุด เนื่องจากคาดว่าเงินจากกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) น่าจะสนับสนุนตลาดหุ้นได้
นายชาคริต พืชพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บลจ.เอ็มเอฟซี กล่าวว่า กองทุนของบริษัทได้ทยอยปรับพอร์ตลงทุนมาตั้งแต่ดัชนีขึ้นไปแถว 1,500 จุด และถือเงินสดมากขึ้นจากภาวะปกติที่จะถือเงินสดไม่เกิน 3-4% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิของกองทุน
“กองทุนเราปรับพอร์ตมาต่อเนื่อง เพราะมองว่าตลาดไม่ได้ขาขึ้น จึงต้องเทรดดิ้งทำกำไรบ้าง หุ้นขึ้นมาจากระดับ 1,380 จุด ไปที่ 1,520 จุด ขึ้นมาเกือบ 10% ก็มีช่องให้กองทุนหากำไรได้”นายชาคริต กล่าว
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ตอนนี้มองว่าตลาดไม่น่าจะลงลึก โดยมองแนวรับจุดเดิม 1,350 จุด เพราะนักลงทุนต่างชาติขายหุ้นออกไปมากแล้วตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศเรื่องลดและเลิกมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ประกอบกับตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่มี|เงินสดพร้อมซื้อหุ้น รวมถึงกองทุนของ|เอ็มเอฟซีเช่นกัน
นายชาคริต กล่าวว่า ผลจากสภาพคล่องที่ลดลงหลังจากต่างชาติขายหุ้นออก ทำให้บริษัทได้ปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นปีนี้ลงมาเหลือที่ 1,580 จุด จากเดิมอยู่ที่ 1,680 จุด
ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันเป็นผู้ขายสุทธิออกมาจำนวนมาก ไม่คิดว่ามาจากกองทุนรวม เพราะส่วนใหญ่ได้ทยอยปรับพอร์ตมาต่อเนื่องแล้ว และน่าจะมีเงินสดในมือพร้อมซื้อหุ้น
“มองว่าเป็นแรงขายจากกองทุนส่วนบุคคลมากกว่าที่จะมีความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนการลงทุน หากไม่มั่นใจสถานการณ์ก็ขายและรอซื้อเมื่อราคาลงมา”ผู้จัดการกองทุน เปิดเผย
นายสาห์รัช ชัฎสุวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและกองทุนรวม บลจ.|ทิสโก้ เปิดเผยว่า จังหวะที่หุ้นไทยปรับฐาน บริษัทได้ออกกองทุนเปิดไทย อิควิตี้ ทริกเกอร์ 8% มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท เสนอขายตั้งแต่วันนี้-8 ส.ค. 2556 เน้นลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ตั้งเป้าหมายผลตอบแทนไว้ที่ 8%
“เรายังมีมุมมองเป็นบวกต่อหุ้นไทย แม้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 มีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่เชื่อว่าเป็นเพียงการชะลอตัวลงในระยะสั้น ส่วนระยะยาวยังเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตได้ดีต่อเนื่อง นอกจากนี้ผลกำไรของหุ้นไทยมีการเติบโตโดดเด่นที่สุดในภูมิภาค และมีการเติบโตสูงสุด เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นในกลุ่ม TIP ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์”นายสาห์รัช กล่าว







