
จับตารัฐหลังพิงฝาคายสต๊อกข้าวราคาต่ำ
หลังถูกโจมตีอย่างหนักถึงความล้มเหลวของโครงการรับจำนำข้าว ที่กำหนดราคาไว้สูงนำตลาดถึง 40%
โดย...ทีมข่าวพาณิชย์
หลังถูกโจมตีอย่างหนักถึงความล้มเหลวของโครงการรับจำนำข้าว ที่กำหนดราคาไว้สูงนำตลาดถึง 40% สิ้นเปลืองงบประมาณมหาศาลและกระทบสถานะการคลังของประเทศ อีกทั้งยังไม่สามารถระบายสต๊อกข้าวสารที่มีมากถึง 17-18 ล้านตัน ออกไปได้ตามแผนจนเป็นภาระต่อการบริหารจัดการ สร้างผลขาดทุนมหาศาล และเกิดกระแสข้าวเสื่อมคุณภาพ รัฐบาลจึงได้ส่ง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี เข้ามาควบตำแหน่ง รมว.พาณิชย์ เพื่อปรับภาพลักษณ์การบริหารจัดการโครงการและเร่งรัดการระบายสต๊อก
ขณะที่การส่ง ยรรยง พวงราช อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ เข้ามานั่ง รมช.พาณิชย์ นั้น เพื่อให้มาตอบโต้กับกลุ่มที่ออกมาโจมตีโครงการรับจำนำข้าว สต๊อกข้าว และภาพลักษณ์ข้าวของรัฐบาล เพราะด้วยความเป็นนักกฎหมายของยรรยง ซึ่งเป็นข้าราชการลูกหม้อกระทรวงพาณิชย์มาตลอดระยะเวลา 3040 ปี จนได้นั่งเก้าอี้ปลัดกระทรวงก่อนเกษียณอายุราชการไปเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ รมช.พาณิชย์ทราบถึงจุดอ่อนจุดแข็งในการโต้ตอบกับฝ่ายที่ไม่สนับสนุนได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ จากการเปิดประมูลข้าวขาวและปลายข้าวในสต๊อกรัฐจำนวน 3.5 แสนตัน และข้าวเปลือกจำนวน 2 แสนตัน เพื่อนำไปทำข้าวนึ่งส่งออก ซึ่งเป็นไปตามแผนการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐให้ได้เดือนละ 5 แสน1 ล้านตัน ปรากฏว่ามีเอกชนยื่นประมูลรอบละ 5 รายเท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยนิดเมื่อเทียบกับการเปิดประมูลในอดีตที่ผ่านมาที่จะมีเอกชนมาร่วมยื่นซองประมูลไม่ต่ำกว่า 10 รายขึ้นไป และผลของการต่อรองราคากระทรวงพาณิชย์สามารถเคาะขายข้าวขาวและปลายข้าวให้เอกชน 4 ราย รวมราว 1 แสนตันเท่านั้น ส่วนข้าวเปลือกก็เคาะขายให้ 4 บริษัท ปริมาณรวม 1.2 แสนตัน
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยในการเปิดประมูลข้าวเปลือก 2 แสนตัน ที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกรอบ 2 ปี 2555/56 เพื่อทำข้าวนึ่งส่งออก โดยมีผู้เข้ามายื่นซองประมูลเพียง 5 รายเช่นกัน
ด้านเอกชนแจงว่าที่ไม่ได้ให้ความสนใจเข้าร่วมประมูลมากนักนั้น เป็นเพราะไม่มั่นใจข้าวคุณภาพในสต๊อกรัฐและต้องการให้รัฐบาลปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูล โดยให้บริษัทผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) เข้ามาค้ำประกันข้าวในสต๊อกรัฐบาลที่ประมูลออกไป จะได้คุณภาพตรงตามที่กำหนด
ส่วนราคาขายข้าวสต๊อกรัฐนั้น ควรเป็นราคาที่เอกชนสามารถนำไปส่งออกแข่งขันกับประเทศคู่แข่งได้ด้วย หรือมีราคาบวกค่าคุณภาพ (พรีเมียม) ข้าวไทยสูงกว่าคู่แข่งไม่เกิน 30 เหรียญสหรัฐ เท่ากับเป็นการส่งสัญญาณบีบให้รัฐบาลต้องขายข้าวในราคาต่ำออกมา หากอยากระบายข้าวในสต๊อกเป็นจำนวนมาก
ดังนั้น การที่ยรรยงประกาศนำ พ.ร.บ.การค้าข้าวมาปฏิบัติเพื่อเข้าไปตรวจสต๊อกข้าวผู้ส่งออกที่มีประมาณ 200 กว่าราย จึงเป็นกลยุทธ์ที่ยรรยงใช้ดัดหลังกลุ่มผู้ส่งออกที่ทำเหมือนจะบีบรัฐให้ขายข้าวสต๊อกในราคาต่ำ โดยผู้ส่งออกข้าวจะต้องสต๊อกข้าวให้ครบ 500 ตัน หากผู้ส่งออกรายใดมีข้าวไม่ครบก็ต้องเร่งซื้อมาสำรองไว้ให้ครบ หากฝ่าฝืนหรือมีปริมาณข้าวไม่ครบจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ และหากพบความผิดซ้ำจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตการเป็นผู้ส่งออกข้าวด้วย
ถือเป็นการเปิดแนวรบชัดเจนจากฝ่ายของรัฐบาล ที่พร้อมจะใช้กฎหมายเข้าเล่นงานฝ่ายที่โจมตีหรือวิพากษ์วิจารณ์กระแสข้าวรัฐบาลไปในทางเชิงลบ ในขณะที่ รมว.พาณิชย์ จะเป็นฝ่ายเชิงรับในการเคลียร์ภาพลักษณ์กับทุกฝ่าย
การผู้ส่งออกข้าวไทยที่โจมตีข้าวรัฐบาลไว้มาก จึงน่าจับตามองการประมูลข้าวสต๊อกรัฐล็อตต่อไปที่จะเกิดขึ้นภายในสัปดาห์หน้าว่า เอกชนจะยังมีความสนใจเข้าร่วมประมูลมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากเอกชนไม่ร่วมมือก็อาจทำให้การระบายข้าวไม่ประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้ หรือทางออกสุดท้ายรัฐบาลจะยอมขายในราคาต่ำเพื่อคายสต๊อกให้เหลือน้อยสุดหรือไม่







