posttoday
บตท.เล็งสินเชื่อบ้าน2หมื่นล.

บตท.เล็งสินเชื่อบ้าน2หมื่นล.

05 สิงหาคม 2556

บตท.ตั้งเป้าซื้อสินเชื่อบ้านปีนี้ 2 หมื่นล้าน

บตท.ตั้งเป้าซื้อสินเชื่อบ้านปีนี้ 2 หมื่นล้าน

นางพรนิภา หาชัยภูมิ กรรมการและผู้จัดการบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานปีนี้ของ บตท. ตั้งเป้าซื้อสินเชื่อบ้านจากสถาบันการเงิน 2 หมื่นล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ได้เซ็นสัญญาซื้อสินเชื่อบ้านกับธนาคารกสิกรไทยไปแล้ว 8,000 ล้านบาท

นอกจากนี้ บตท.ยังมีแผนนำสินเชื่อบ้านที่ซื้อมา เพื่อนำมาเป็นหลักประกันออกตราสารกู้เงินจากตลาดวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปซื้อสินเชื่อบ้านมาบริหารเพิ่ม ที่มีแผนจะเซ็นสัญญากับสถาบันการเงินอีกทั้งในเดือนนี้และเดือนหน้า แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยวงเงินได้

นางพรนิภา กล่าวว่า บตท.ได้ขอกระทรวงการคลังเพิ่มทุนจำนวน 2,000 ล้านบาท แต่เนื่องจากงบประมาณของรัฐมีจำกัด จึงได้รับจัดสรรในปีงบประมาณ 2557 จำนวน 130 ล้านบาท ทำให้เป็นอุปสรรคในการขยายซื้อสินเชื่อบ้าน

สำหรับผลการดำเนินงานของ บตท.ที่ผ่านมา ถือว่าฟื้นตัวขึ้นมาก มีสินทรัพย์ 5,000 ล้านบาท มีกำไร 10 ล้านบาท และในปีนี้ผ่านมา ครึ่งปีแล้วมีกำไร 18 ล้านบาท คาดว่าทั้งปีจะทำได้ตามเป้า 40ล้านบาท

ขณะที่หนี้เสียของ บตท.ล่าสุด ลดลงเหลือ 280 ล้านบาท ถือว่าเป็นสัดส่วนน้อยเทียบกับสินเชื่อบ้านที่ บตท.บริหารอยู่ 5,000 ล้านบาท เพราะที่ผ่านมาได้มีการขายหนี้เสียไปให้บรรษัทบริหารสินทรัพย์ ทำให้การบริหารงานของบตท.คล่องตัวมากขึ้น

นางพรนิภา กล่าวอีกว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ได้เห็นชอบแก้กฎหมายของ บตท. ให้ทำหน้าที่ค้ำประกันการกู้ซื้อบ้านให้กับประชาชน เพื่อเป็นการช่วยผู้ซื้อบ้านแต่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ตัวอย่างเช่น สถาบันการเงินให้กู้ซื้อบ้าน 60% ของราคาบ้าน แต่ทาง บตท.จะขอให้สถาบันการเงินปล่อยกู้ 90% โดย 30% ที่เพิ่มขึ้นมาทาง บตท.จะค้ำประกัน หากเป็นหนี้เสีย บตท.ก็จะชดเชยความเสียหายให้กับเจ้าหนี้ 30% นี้ให้กับสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้

สคฝ.ไม่หวั่นแม้เงินกองทุนมีเพียง 1.4 แสนล้านบาท และเงินนำส่งจากธนาคารพาณิชย์ในแต่ละปีลดลง แต่ยังคุ้มครองเงินฝากได้ดี เพราะกฎหมายเปิดให้ระดมสภาพคล่องในตลาดเงินได้ ฟันธง 35 ปีสถาบันการเงินยังฐานะมั่นคงไร้ห่วง

นายสรสิทธิ์ สุนทรเกศ ผู้อำนวยการ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) กล่าวว่า ถึงปัจจุบันกฎหมายจะกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์นำส่งเงินเข้าสคฝ.ลดลง จากเดิมที่อัตรา 0.40% ลดลงเหลือ 0.01% ทำให้เงินนำส่งไหลเข้าสะสมในกองทุนประกันเงินฝากเพียงปีละประมาณ 8001,000 ล้านบาท และปัจจุบันมีเงินกองทุนสะสมอยู่ที่ระดับ 1.4 แสนล้านบาทก็ไม่ได้น่าห่วง เนื่องจากตามหลักการเงินคุ้มครองเงินฝากในระดับสากลก็ไม่ได้กำหนดว่าเงินกองทุนต้องมีเท่าไรถึงจะเพียงพอ เพราะอยู่ที่ความเชื่อมั่น หากประชาชนผู้ฝากเงินมีความเชื่อมั่นต่อธนาคารพาณิชย์ก็ไม่จำเป็นต้องเร่งสะสมเงินกองทุนให้สูงก็สามารถดูแลการคุ้มครองเงินฝากได้

“ถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันจะชะลอลง แต่สถาบันการเงินมีความมั่นคง มีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงหรือบีไอเอสสูง มีระบบการดูแลความเสี่ยงและการจัดการหนี้เสียที่ดี บวกกับหากเกิดปัญหาขึ้นจริง แม้เงินกองทุนคุ้มครองเงินฝากจะยังน้อยก็ไม่จำเป็นต้องเร่งสะสมเงินกองทุนเพิ่ม เพราะสามารถหาสภาพคล่องด้วยการออกพันธบัตรให้กระทรวงการคลังพิจารณาค้ำประกันได้ ส่วนคลังจะค้ำหรือไม่ก้อยู่ที่จะพิจารณา แต่ถ้าคลังไม่ค้ำให้กฎหมายก็ยังเปิดให้สคฝ.กู้ยืมเงินในตลาดได้ เชื่อว่าฐานะที่ดีของแบงก์คาดว่าในระยะ 35 ปีข้างหน้านี้ไม่น่ากังวล” นายสรสิทธิ์กล่าว

นายสรสิทธิ์ กล่าวว่า ระหว่างนี้หาก สคฝ.จะมีการเตรียมระดมเงินเอง ก็ควรมีการเตรียมความพร้อมเพื่อจัดทำอันดับเครดิตหรือเรตติ้ง เพราะตามหลักเกณฑ์การจำออกพันธบัตรระดมทุนในตลาดได้คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)กำหนดให้ต้องจัดทำเรตติ้ง ฉะนั้น ระหว่างนี้สคฝ.ก็ต้องเตรียมระบบงานให้พร้อมได้รับการจัดเตติ้งที่ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ให้สามารถระดมทุนได้เมื่อต้องการระดมสภาพคล่องในอนาคต

ทั้งนี้ ปัจจุบัน สคฝ.รับประกันเงินฝากวงเงินไม่เกิน 50 ล้านบาท ไปจนถึง 10 ส.ค.2558 และจาก 11 ส.ค.2558 10 ส.ค. 2559 จะคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 25 ล้านบาท และจาก 11 ส.ค. 2559 เป็นต้นไปจะคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อบัญชี

ด้านนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า บตท.ไม่มีบทบาทในตลาดซื้อขายอสังหาริมทรัพย์มากนัก เนื่องจากธนาคารพาณิชย์มีสภาพคล่องสูง สามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้เอง จึงไม่จำเป็นต้องนำสินเชื่อบ้านมาขายให้กับ บตท. แต่ในอนาคตอาจมีบางธนาคารปล่อยสินเชื่อบ้านเต็มเพดานที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำหนด และยังต้องการปล่อยสินเชื่อบ้านต่อ ก็จะต้องนำสินเชื่อบ้านมาขายต่อให้กับ บตท. ซึ่งจะทำให้ บตท.มีบทบาทมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ