posttoday
ย้อนรอย"ไทดำ"สืบสัมพันธ์ไทย-เพื่อนบ้าน

ย้อนรอย"ไทดำ"สืบสัมพันธ์ไทย-เพื่อนบ้าน

02 สิงหาคม 2556

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และหนึ่งในนั้นก็มี “ไทดำ” รวมอยู่ด้วย ซึ่งปัจจุบันกระจายตัวอยู่ในหลายจังหวัด เช่นเดียวกับที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีการรวมกลุ่มกันเพื่อสืบค้นหาประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษไทดำ ว่าแท้จริงแล้วมีรากเหง้ามาจากที่ไหน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)

ภัสรา รู้พันธ์ หรือพี่เอี้ยง ทายาทสิ่งลอรุ่นที่ 51 ตัวแทนกลุ่มเยาวชนสืบสานภูมิปัญญาไทดำ จ.สุราษฎร์ธานี เล่าให้ฟังว่า ตามประวัติที่ทางกลุ่มสืบค้นได้ เดิมบรรพบุรุษอาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำคำ ในแถบประเทศเวียดนามเหนือ ซึ่งอยู่ใกล้กับมณฑลกวางสีทางตอนใต้ของประเทศจีน ก่อนจะมีการอพยพย้ายถิ่นขยับขยายในช่วงสมัยกรุงธนบุรีและสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อ 200-300 ปีก่อน ส่วนหนึ่งกระจายไปอยู่บริเวณหลวงพระบางและหลวงน้ำทา สปป.ลาว และส่วนหนึ่งถอยร่นเข้ามาถึงไทย กระจายอยู่ทั่วประเทศตั้งแต่ จ.เพชรบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี พิจิตร นครปฐม ราชบุรี ซึ่งเรียกต่างกันไป เช่น ลาวโซ่ง หรือไททรงดำ

พี่เอี้ยง อธิบายเพิ่มว่า การวิจัยสืบหาต้นตระกูลบรรพบุรุษไทดำ เราเริ่มจากการนับรุ่น นับเชื้อสายผ่าน “สิ่ง” หรือ “แซ่” ของคนจีนนั่นเอง นอกจากนี้คนไทดำยังมีความเชื่อ “นับถือผีบรรพบุรุษ” ในทุกๆ ประเพณี เรียกว่าเกี่ยวพันกับชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย

พิธีกรรมที่ยังพบเห็นอยู่บ่อยๆ ในปัจจุบันเช่น “พิธีเสนเรือน” หรือพิธีเซ่นเรือน คือพิธีการระลึกถึงผีบรรพบุรุษ พี่ปู่พี่ย่า ซึ่งมีการจัดเป็นประจำทุกปี เหมือนกับเทศกาลเชงเม้งของคนจีน ซึ่งสมัยก่อนจะมีการเซ่นไหว้ด้วยควาย แต่ปัจจุบันก็มีการปรับตัวมาเซ่นไหว้ด้วยหมูแทน เพื่อให้ผีบรรพบุรุษและผีบ้านผีเรือนช่วยปกปักคุ้มครองดูแลลูกหลาน “พิธีปากตรงข้าวใหม่” เป็นพิธีที่เกี่ยวกับการทำไร่ทำนา เมื่อได้ผลผลิตแรกนั้นมาก็จะต้องนำมาเซ่นไหว้ผีบรรพบุรุษ โดยอาหารหลักๆ ที่ใช้ในพิธีก็จะเป็นพวกซุปผัก แกงหน่อส้ม (หน่อไม้) ลาบเลือด และข้าวเหนียว ใส่เป็นกระทงให้

ขณะเดียวกัน สิ่งที่ลูกหลานไทดำต้องทำรับปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาคือ “การรับผี” โดยจะต้องมีลูกหลานคนหนึ่งรับสืบทอด โดยเฉพาะลูกชายคนโต ซึ่งจะต้องมีการสร้าง “กะล้อห้อง” หรือห้องสำหรับไหว้ผีบรรพบุรุษ ซึ่งเป็นห้องที่จะเข้าได้เฉพาะลูกหลานในตระกูลเท่านั้น

“คิดว่าทุกพิธีกรรมที่มีเป็นเรื่องของความเชื่อ ที่แอบสอดแทรกสอนให้ลูกหลานมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ รู้จักไปมาลาไหว้ แต่ที่ผ่านมาความเชื่อเหล่านี้ก็มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น ทำให้ต้องเชื่อเสมอๆ แต่ปัจจุบันคนไทดำรุ่นใหม่ก็มีการปรับตัว คือ นับถือศาสนาพุทธ มีการเข้าวัดทำบุญ แต่ก็ยังไม่ละทิ้งพิธีกรรมดั้งเดิม”

สำหรับการแต่งกายของคนไทดำ ส่วนใหญ่จะเป็นเสื้อกล้อมสีดำ (เพราะสมัยก่อนเทคโนโลยีในการย้อมสีผ้ามีไม่มากและเพื่อสะดวกในการทำงานจะได้ไม่เปื้อน จนกลายเป็นที่มาของชื่อไทดำ ที่แปลว่าคนใส่ชุดสีดำ) ความยาวของแขนเสื้อถึงข้อมือ กระดุมเงินติดถึงคอ ความยาว 912 เม็ด (ส่วนใหญ่นิยมเป็นเลขคี่) นุ่งผ้าซิ่นลายแตงโม ซึ่งจะเป็นชุดที่ใส่เวลาปกติ แต่พอมีพิธีกรรมจะใส่เสื้อฮี มีลวดลายปักผ้าหลากหลาย

นอกจากนี้ ไทดำยังมีภาษาเป็นของตัวเองด้วย ซึ่งมีลักษณะตัวอักษรคล้ายอักษรจีน มีทั้งหมด 36 ตัวอักษร 22 สระ แต่ละอักษรจะมีการออกเสียงคู่ (มีทั้งเสียงสูงและต่ำ) รวมทั้งยังมีการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาชาติพันธุ์ไว้ในโรงเรียนในจังหวัดทุกวันศุกร์ รวม 4 หน่วยกิตด้วย เพื่อให้ลูกหลานไทดำได้เรียนรู้ถึงอัตลักษณ์และรากเหง้าความเป็นมาของตัวเอง

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69