posttoday
วัยทองครองเมือง

วัยทองครองเมือง

02 สิงหาคม 2556

แม้เวลานี้ “อาเซียน” จะเนื้อหอมสุดๆ เพราะเป็นตลาดแห่งความหวังแทนที่สหรัฐและยุโรปที่ยังเผชิญปัญหารุมเร้า ขณะที่เศรษฐกิจจีนกลับชะลอฝีเท้าลง

แม้เวลานี้ “อาเซียน” จะเนื้อหอมสุดๆ เพราะเป็นตลาดแห่งความหวังแทนที่สหรัฐและยุโรปที่ยังเผชิญปัญหารุมเร้า ขณะที่เศรษฐกิจจีนกลับชะลอฝีเท้าลง

แต่อีกด้านของเหรียญ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ยังต้องเผชิญกับความท้าทายอีกไม่น้อย รวมถึงปัญหา “วัยทองครองเมือง” ที่หลายประเทศในอาเซียนมีแนวโน้มว่าจะเดินเข้าสู่สังคมประชากรสูงอายุเช่นเดียวกับญี่ปุ่นในเวลานี้

รวมถึง “พม่า” ดาวรุ่งดวงใหม่ของอาเซียนที่กำลังอยู่ในโหมด “สวยเลือกได้” ก็อาจหลีกไม่พ้นปัญหานี้ หากไม่เร่งปฏิรูปเศรษฐกิจก่อนที่ประชากรสูงอายุจะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในปี 2560 ขณะที่ปัจจุบันพม่ามีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับไทยที่ 60 ล้านคน

องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี ประเมินว่า จำนวนประชากรในพม่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในทศวรรษที่จะมาถึงนี้ แต่ขณะเดียวกัน พม่าก็อาจเข้าสู่สังคมวัยทองครองเมืองเร็วกว่าเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านรายอื่นๆ อย่างลาวและกัมพูชา ซึ่งอาจส่งผลต่อความได้เปรียบของนักลงทุนและบริษัทต่างชาติที่เข้าไปทำธุรกิจในพม่ากันอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ บริษัทระดับโลกแห่เข้าไปลงทุนในพม่ากันอย่างเอิกเกริก ไม่ว่าจะเป็นยักษ์น้ำดำ “โคคาโคลา” และ “ยูนิลีเวอร์” ที่เข้าไปตั้งโรงงานในพม่าแล้ว โดยทั้งสองบริษัทประกาศจะลงทุนหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานของโออีซีดีระบุว่า เวลาเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญสำหรับพม่า หากไม่สามารถฉกฉวยโมเมนตัมของการพัฒนาเอาไว้ให้ดี พม่าก็เสี่ยงที่จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุก่อนที่ประชาชนจะมีรายได้และมาตรฐานความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

ข้อมูลขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชี้ว่า สัดส่วนของประชากรพม่าวัย 1064 ปี จะเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2560 ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามและอินโดนีเซียจะพบกับเทรนด์เดียวกันนี้ในปี 2563 และ 2564 ตามลำดับ

น่าสนใจว่าอัตราการเกิดของพม่าลดลงอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันอยู่ที่ 1.95 คน ต่ำกว่าระดับที่ยั่งยืนในระยะยาว แต่ก็ยังดีกว่าอัตราการเกิดในเวียดนามที่อยู่ที่ 1.75 คน และไทย 1.40 คน

เมื่อพิจารณาเรื่องอายุมัธยฐาน ซึ่งเป็นอายุตรงกลางที่แบ่งประชากรออกเป็นสองส่วนเท่าๆ กันนั้น โดยอายุมัธยฐานต่ำกว่า 20 ปี ถือว่าเป็น “ประชากรวัยเยาว์” ส่วนอายุมัธยฐาน 30 ปีขึ้นไปถือว่าเป็น “ประชากรสูงอายุ” ทั้งนี้ ยูเอ็นประเมินว่า อายุมัธยฐานของพม่าจะอยู่ที่ 29.8 ปี ในปี 2558 และเพิ่มเป็น 33.5 ปี ในปี 2568 และ 36.8 ปี ในปี 2578 เทียบกับไทยที่ 36 ปี 42.8 ปี และ 46.8 ปี ตามลำดับ ส่วนสถานการณ์ในเวียดนามและอินโดนีเซียดีกว่าไทย

อย่างไรก็ตาม พม่ายังมีความได้เปรียบเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศ เพราะต้นทุนการอบรมแรงงานในพม่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆ โดยในปี 2554 ต้นทุนการอบรมแรงงานในโรงงานพม่าอยู่ที่เฉลี่ย 1,100 เหรียญสหรัฐต่อปี อยู่ในอันดับ 6 ตามหลังพม่าและไทย

นอกจากนี้ ดัชนีทางสังคมอื่นๆ ของพม่าก็ดูดีกว่าประเทศที่มีรายได้ระดับเดียวกันอย่างบังกลาเทศและอินโดนีเซีย เช่น อายุขัยเฉลี่ยของประชากร

ทว่า พม่าก็ต้องเผชิญความท้าทายจากโครงสร้างระบบราชการ การขาดแหล่งทรัพยากรการเงิน ที่อาจกระทบต่อแผนพัฒนาต่างๆ ของประเทศ และการที่ประเทศเป็นเสือหลับมานานหลายสิบปี ทำให้ไม่มีประสบการณ์ในการบริหารจัดการด้านต่างๆ

รวมไปถึงการกระตุ้นให้ประชาชนมีจิตวิญญาณการเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ซึ่งปัจจุบันมีชาวพม่าที่ทำธุรกิจเอสเอ็มอีเพียง 6 ราย จากประชากร 1,000 ราย เทียบกับไทยที่มีสัดส่วน 40 คน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69