
จี้ ปตท.ตั้งกองทุนฟื้นท่องเที่ยวระยอง
เหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
เหตุการณ์น้ำมันดิบของบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล หรือพีทีทีจีซี บริษัทในเครือรั่วไหลในทะเลอ่าวไทยขณะกำลังขนถ่ายจากเรือสู่โรงกลั่น ส่งผลกระทบต่อสภาพท้องทะเลและชายหาดบริเวณอ่าวพร้าว ฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด และกระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจึงเรียกร้องให้มีการชดเชยและช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน
ชัยรัตน์ ไตรรัตนจรัสพร นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยว จ.ระยอง เปิดเผยว่า ต้องการให้ ปตท. มีความชัดเจนด้านความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีซึ่งมีมาก กว่า 80-90% ในเกาะเสม็ด ซึ่งส่วนใหญ่กู้ธนาคารเพื่อหมุนเวียนทางธุรกิจ ทาง ปตท. ควรตั้งกองทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการ
นอกจากนี้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต้องจัดทริปนำสื่อต่างชาติ บริษัททัวร์ต่างชาติ ลงพื้นที่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงการนำผู้ประกอบการไปโรดโชว์สินค้าทางการท่องเที่ยว โดย ปตท.เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่าความเสียหายกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งภายใน 1 เดือนจะเห็นภาพความเสียหายได้ชัดเจนกว่านี้
“เอกชนท่องเที่ยวยังต้องการให้นายกรัฐมนตรีเป็นพรีเซนเตอร์รับประทานอาหารทะเลที่เกาะเสม็ดด้วย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพราะขณะนี้มีความไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัยในอาหารและลงเล่นน้ำทะเล” ชัยรัตน์ กล่าว
ด้านสมศักย์ ภูรีศรีศักย์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับผู้ประกอบท่องเที่ยวเกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ จะรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ให้กับบริษัท ปตท. รับทราบถึงปัญหาที่ผู้ประกอบการท่องเที่ยวได้รับ รวมถึงแผนฟื้นฟูระยะสั้นและระยะยาวให้ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ พบว่าผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร ร้านอาหารทะเลสด ที่อยู่บริเวณใกล้และไกลจากพื้นที่เกิดเหตุ ต่างได้รับผลกระทบจำนวนมาก ทั้งๆ ที่มีสถานที่ตั้งอยู่ห่างอ่าวพร้าว นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติต่างยกเลิกการจองโรงแรมและรีสอร์ทล่วงหน้าช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ ในส่วนนี้กระทรวงจะเป็นผู้ประสานงานเรียกร้องค่าเสียโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการ อีกทั้งเตรียมจัดรายการส่งเสริมห้องพักราคาพิเศษ เช่น คืนละ 2,000 บาท นักท่องเที่ยวจ่าย 500 บาท ส่วนที่เหลือทาง ปตท. จะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย เป็นต้น การนำสื่อมวลชนในประเทศและต่างประเทศลงพื้นที่ โดยในวันที่ 17 ส.ค.นี้ กระทรวงได้เตรียมจัดโครงการก๊อกแก๊กทัวร์ภาคพิศดาร ผ่านกิจกรรมที่หลากหลายลงพื้นที่ด้วย
นอกจากนั้น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เสนอต่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นชอบในหลักการตั้งกองทุนเพื่อการท่องเที่ยวรายจังหวัด โดยนำเงินภาษีผู้ประกอบการท่องเที่ยว 20-30% ของการจัดเก็บแต่ละปีนำเข้ากองทุน เพื่อให้จังหวัดสามารถวางแผนพัฒนาการท่องเที่ยวล่วงหน้าระยะยาวได้ ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะมีงบประมาณอย่างต่อเนื่อง
ด้านบริสุทธิ์ ประสพทรัพย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก ททท. กล่าวว่า ขณะนี้ศูนย์ปฏิบัติการวางแผนการท่องเที่ยวและศูนย์ปฏิบัติการในภาวะวิกฤตของ ททท. ได้ทำหน้าที่รายงานสภาพความเป็นจริงไปยัง 26 สำนักงาน ททท.ต่างประเทศ และ 35 สำนักงาน ททท.ในประเทศ เพื่อให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพจริงและเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ทั้งจากนี้จะมุ่งเน้นการจัดแฟมทริปเชิญสื่อมวลชนจากไทยและต่างประเทศเข้ามาดูสถานที่จริง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเกาะเสม็ด







