posttoday
ฟิลลิปมองหุ้นส่อลง

ฟิลลิปมองหุ้นส่อลง

02 สิงหาคม 2556

รอดูการเมืองในประเทศโครงการภาครัฐเปิดตัว‘ออมกองทุนรายเดือน’

รอดูการเมืองในประเทศโครงการภาครัฐเปิดตัว‘ออมกองทุนรายเดือน’

ฟิลลิป มองหุ้นไตรมาส 3 แกว่งลง แต่ไม่หลุด 1,300 จุด หวัง LTF หนุนสิ้นปี การเมืองแค่ปัจจัยช่วงสั้น

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังของปี 2556 คาดว่าดัชนีจะแกว่งตัวในทิศทางขาลง โดยมองว่าในไตรมาส 3 ถึงต้นไตรมาส 4 นี้อาจได้เห็นดัชนีลงสู่ระดับ 1,350 จุดอีกครั้ง

“มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ทำให้เงินทุนไหลออก ซึ่งเริ่มนิ่งแล้ว แต่ในเดือนนี้ตลาดอยู่ระหว่างจับตาการเมืองในประเทศ งบประมาณในโครงการต่างๆ จะผ่านหรือไม่ ซึ่งเป็นปัจจัยระยะสั้น และหากมีเหตุที่ทำให้นักลงทุนกังวล ดัชนีอาจลงต่ำสุดที่ 1,300 จุด แต่ไม่น่าหลุดไปกว่านี้” นายสานุพงศ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาหุ้นไทยยังถูกกว่าประเทศในแถบเอเชีย โดยเฉพาะประเทศในกลุ่ม TIP ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ รวมทั้งอัตราการเงินปันผลของไทยก็อยู่ในระดับที่สูง จึงมองว่านักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนระยะยาวยังชอบหุ้นไทยอยู่

“ในไตรมาส 4 คาดว่าเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ซึ่งปกติจะเข้าเดือน ธ.ค. น่าจะเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาดหุ้นได้ โดยเรายังคงเป้าหมายดัชนีปีนี้ที่ 1,600-1,650 จุด” นายสานุพงศ์ กล่าว

สำหรับการปรับลดเป้าหมายการเติบโตของจีดีพีของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปีนี้ลงจาก 5.1% เหลือ 4.2% เนื่องจากกำลังซื้อในประเทศลดลง ขณะที่หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นมาก ทำให้บริษัทคาดว่ากำลังซื้อของประชาชนในครึ่งปีหลังยังลดลง และจะเริ่มดีขึ้นได้ในปี 2557 โดยยังคงเป้าจีดีพีปีนี้ไว้ที่ระดับ 4% และมองว่าโครงการลงทุนของภาครัฐจะเริ่มเห็นได้ในปี 2557 ซึ่งจะเป็นปีที่ไทยยังมีการเติบโตที่ดี

นายสานุพงศ์ กล่าวว่า บล.ฟิลลิป ซึ่งปัจจุบันเป็นตัวแทนจำหน่ายกองทุนรวมให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) 22 แห่ง ยกเว้น บลจ.บัวหลวง ที่กำลังเจรจา โดยปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ที่ลงทุนกองทุนรวมผ่านบริษัทประมาณ 7,000 ล้านบาท

ล่าสุดบริษัทได้เปิดบริการ Fund Builders Plan การลงทุนในกองทุนรวมแบบรายเดือน ด้วยเงินลงทุนจำนวนเท่าๆ กัน ผ่านพอร์ตลงทุนที่จัดตามระดับความเสี่ยงของผู้ลงทุน ซึ่งการบริการนี้ช่วยจัดการเงินออมของผู้ลงทุนให้เป็นระบบมากขึ้น และในระยะยาวจะสร้างผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินในบัญชีธนาคาร

“ขณะนี้คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจการออมเงินหรือผลิตภัณฑ์ทางการลงทุนประเภทต่างๆ เพิ่มมากขึ้น จึงนำเสนอโปรแกรมออมกองทุนแบบรายเดือนนี้ให้แก่นักลงทุน” นายสานุพงศ์ กล่าว

สำหรับบริการดังกล่าว ผู้ลงทุนสามารถเลือกลงทุนแบบกองทุนเดียวหรือกระจายความเสี่ยง โดยจัดสรรเงินลงทุนไปในกองทุนรวมได้ โดยเลือกจาก 22 บลจ.ที่ บล.ฟิลลิป เป็นตัวแทนจำหน่าย นอกจากนี้ยังมีบริการจัดแพ็กเกจลงทุนที่เหมาะสมตามความเสี่ยง โดยคำแนะนำจากนักวิเคราะห์กองทุนรวม โดยนักลงทุนสามารถลงทุนขั้นต่ำได้เพียง 5,000 บาทต่อเดือน และหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติ โดยระบุวันที่ลงทุน คือ วันที่ 5, 10, 15 หรือ 20 ของเดือน

“การออมกองทุนแบบรายเดือนยังเหมาะสำหรับคนทำงานประจำมีรายได้สม่ำเสมอ หรือผู้ปกครองที่ต้องการออมเงินระยะยาวไว้ให้ลูกหลานใช้ในอนาคต รวมทั้งผู้ลงทุนหน้าใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์การลงทุน ไม่มีเวลาติดตามข้อมูล ข่าวสารต่างๆ เพราะการลงทุนในกองทุนรวมจะมีผู้จัดการกองทุนดูแลและบริหารจัดการเงินของผู้ลงทุนให้ ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ผู้ลงทุนมากขึ้น” นายสานุพงศ์ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทกำลังจะเปิดตัวแอพพลิเคชันที่สามารถซื้อขายกองทุนรวมจาก 22 บลจ. และติดตามพอร์ตการลงทุนและข้อมูลข่าวสารได้ผ่านไอโฟนและไอแพด คาดว่าจะเปิดตัวได้ในไตรมาส 2 ปีนี้ ช่วยให้ผู้ที่ออมกองทุนทุกเดือนติดตามพอร์ตการลงทุนได้สะดวกยิ่งขึ้น

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ