
คุกกิ้ง ออน ซาฟารี
คุกกิ้ง ออน ซาฟรี (Cooking On Safari) เราขึ้นเรือกันแต่เช้า พร้อมด้วยความกังวลว่าจะได้เจอเจ้ากะพงแม่น้ำไนล์ตามที่หวังหรือเปล่า เล่าข้ามไปนิดนึงว่า เมื่อวานตอนเย็นเราได้ไปสำรวจตลาดสดมาแล้ว ออกเรือมาได้สักพักลูกเรือของเราดูหน้าตากังวล ผมก็นึกว่าอลิซาเบธเธอกลัวว่าเราจะออกเรือเสียเที่ยว ที่ไหนได้เธอว่ายน้ำไม่เป็น แถมเมาเรือด้วย! ปวดหัวเลยครับ
คุกกิ้ง ออน ซาฟรี (Cooking On Safari) เราขึ้นเรือกันแต่เช้า พร้อมด้วยความกังวลว่าจะได้เจอเจ้ากะพงแม่น้ำไนล์ตามที่หวังหรือเปล่า เล่าข้ามไปนิดนึงว่า เมื่อวานตอนเย็นเราได้ไปสำรวจตลาดสดมาแล้ว ออกเรือมาได้สักพักลูกเรือของเราดูหน้าตากังวล ผมก็นึกว่าอลิซาเบธเธอกลัวว่าเราจะออกเรือเสียเที่ยว ที่ไหนได้เธอว่ายน้ำไม่เป็น แถมเมาเรือด้วย! ปวดหัวเลยครับ
เรือเราแล่นผ่านครอบครัวฮิปโปฯ พ่อแม่ลูกกันมา คนขับเรือบอกว่าอย่าคิดไปว่ายน้ำขี่หลังลูบหัวฮิปโปฯ กันเลย เพราะดุมากอาจโดนกัดได้ เราเห็นชาวบ้านกำลังปลดปลาจากตาข่าย เลยแวะเข้าไปดูก็เห็นแต่ปลาตัวเล็ก แต่ยังใจดีบอกคนขับเรือให้ไปที่สะพานปลาจะมีปลาเยอะกว่า เราก็นั่งเรือจนมาถึงสะพานปลา ซึ่งก็เป็นที่สุดท้ายแล้วที่จะได้เจอปลากะพงแม่น้ำไนล์
โชคเข้าข้างเราจริงๆ ครับ ที่จะทำให้หนังสือ Thai Cooking On Safari ได้ข้อมูลครบถ้วนตามที่ตั้งใจ เพราะเมื่อวานมีชาวบ้านจับเจ้าวายร้ายได้สองตัว นอนแช่ในถังน้ำแข็งเตรียมส่งเข้าไนโรบี ผมเลยรีบเข้าไปดูให้แน่ใจ ตัวแรกหนัก 14 กก. อีกตัวย่อมกว่าหนัก 10.5 กก. เราเลยซื้อตัวเล็กไว้ก่อน เพราะเจ้าตัวใหญ่นั้นยาวเกินถังน้ำแข็งที่เตรียมไปด้วย เห็นใหญ่อย่างนี้แต่ราคาไม่ใหญ่ กิโลกรัมแค่ร้อยบาทเอง ตัวนี้ก็พันบาทไทยนิดๆ
เราสบายใจแล้วที่ได้กะพงยักษ์กลับไปทำอาหารที่ไนโรบี เลยตัดสินใจถ่ายรูปการทำอาหารด้วยปลาในท้องถิ่นตรงท่าเรือเลย จะได้บรรยากาศสวยไว้ใช้ประกอบหนังสือ ผมซื้อ Nile Perch ตัวเล็กมาอีกสองตัว ควักไส้ยัดต้นผักชีกับโหระพาลงในพุงแล้วทาเกลือทั่วตัว ห่อด้วยใบตองจากดงกล้วยแอฟริกันแถวนั้น ยืมเตาฟืนจากคนหาปลาที่กำลังเตรียมอาหาร
ใช่แล้วครับ ปลาเผาเกลือแบบง่ายที่เราคุ้นเคย แต่ชาวบ้านแถวนี้พอรู้ข่าวว่ามีคนต่างชาติมาทำอาหารด้วยการเผาไฟแทนการทอด ก็เลยมาเป็นเคนยามุงกันเกือบห้าสิบคน บางคนบอกว่าวิธีนี้ไม่ใช่การทำอาหาร ผมต้องเป็นหมอผีแน่ๆ เอาล่ะครับใครจะยอมได้ เรารอจนใบตองไหม้ดำเกรียม ผมก็เอาปลาออกจากเตาแล้วแกะใบตองออกจนเห็นตัวปลาที่เต็มไปด้วยเกล็ด
ชาวเคนยาเริ่มพึมพำประมาณว่า คนเหลืองนี้ประหลาดกินปลาทั้งเกล็ด ผมยิ้มตั้งแต่ได้กลิ่นปลาสุกแล้วครับ จัดการเอามีดแซะหนังปลาจนรอบตัวแล้วลอกออกมาทั้งแผ่นจนเห็นเนื้อปลาขาวภายใน เราถ่ายรูปเสร็จแล้วก็ส่งให้ชาวเคนยาได้ชิม โดยตำน้ำจิ้มพริกขี้หนูแอฟริกันสดโรยเกลือผสมน้ำตาลแล้วบีบมะนาวเขียว (Lime) ที่ชาวเคนยาใช้ทำยาแก้ปวดท้องลงไป เป็นน้ำจิ้ม ปลาสองตัวพร้อมน้ำจิ้มหายไปในเวลา 5 นาทีครับ
ชาวบ้านหลายคนบอกว่าจะไปลองทำดูบ้าง เพราะเบื่อปลาทอด เราถ่ายรูปหมู่กับเพื่อนใหม่ต่างทวีปแล้วร่ำลากันขึ้นเรือกลับโรงแรมเพื่อเตรียมเดินทางกระเด้งกระดอนกลับไนโรบีพร้อมเจ้าปลากะพงแม่น้ำไนล์
พบเรื่องราวความสนุกสนานและสาระในการเดินทางกับพวกเราได้จากหนังสือ Thai Cooking On Safari นะครับ ส่ง Email ไปขออ่านกันได้ที่ [email protected] ครับ สวัสดีครับ







