posttoday
เอกชนย้ำส่งออกทรุดหนัก

เอกชนย้ำส่งออกทรุดหนัก

31 กรกฎาคม 2556

ตลาดจีนฟุบ3.6%ฉุดเป้าทั้งปีโตแค่3%แนะดันอาเซียนทดแทนตลาดดั้งเดิม

ตลาดจีนฟุบ3.6%ฉุดเป้าทั้งปีโตแค่3%แนะดันอาเซียนทดแทนตลาดดั้งเดิม

สภาผู้ส่งออกฯ ชี้ตลาดจีนทรุดฉุดส่งออกไทย ระบุต้องดันครึ่งปีหลังโต 5% จึงพยุงทั้งปีขยายตัว 3%

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกของไทยเดือน มิ.ย. 2556 มูลค่ากว่า 1.9 หมื่นล้านเหรียญสรท.ประมาณมูลค่าการส่งออกทั้งปีอยู่ที่ 3% โดยสหรัฐ ลดลง 3.38% ขณะที่การส่งออกในช่วง 6 เดือนของปีนี้ (ม.ค.มิ.ย.) การส่งออกมีมูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.95% ดังนั้นในช่วงครึ่งปีหลังไทยจะต้องส่งออกสินค้าให้ได้เดือนละ 20,400 ล้านบาท หรือประมาณ 6.32 แสนล้านบาท จึงจะทำให้มูลค่าส่งออกทั้งปีเป็นไปตามเป้าหมาย

“ไทยจะต้องส่งออกในทุกตลาดหลัก ทั้งสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และอาเซียนทุกตลาด โดยเพิ่มมูลค่าการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลังให้ได้ 5% จึงจะทำให้มูลค่าการส่งออกของไทยทั้งปีเป็น 3% ซึ่งสิ่งที่น่าห่วงมากที่สุดคือศักยภาพในการส่งออกของไทยเองว่ารัฐบาลจะเข้ามาให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการส่งออกอย่างไร” นายนพพร กล่าว

นายไพบูลย์ พลสุวรรณา ที่ปรึกษาคณะกรรมการและกรรมการ สรท. กล่าวว่า การส่งออกที่ซบเซาในปีนี้ ตัวเลขการส่งออกเดือนมิ.ย.2556 ลดลง3.38 %หรือมีมูลค่า 19,098 ล้านดอลาร์สหรัฐ และยังเป็นลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ต่อจากพ.ค. 2556 จึงทำให้การส่งออกในปีนี้ไม่ดีขึ้น เป็นผลมาจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าหลัก ทั้งจีน ญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป โดยส่วนของตลาดจีน ครึ่งปีแรกของปีการส่งออกสินค้าไทยไปจีนติดลบ 3.6% รวมทั้งอาเซียนชะลอตัว โดยเฉพาะตลาดอาเซียนที่ไทยส่งออกไปมากถึง 25%ประกอบกับราคาสินค้าทางการเกษตรโลกโดยรวมปรับตัวลดลง เห็นได้จากมูลค่ากลุ่มสินค้าเกษตรมีอัตราการเติบโตลดลง โดยเฉพาะข้าวหดตัวถึง 18.85%

ขณะเดียวกัน สินค้าอื่นก็ได้รับผลกระทบ อาทิ กลุ่มอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และตกแต่งบ้านหดตัวลง 40.58% เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่านมา และเครื่องใช้ในครัวเรือนลดลง 12.34% จึงทำให้การส่งออกในช่วงครึ่งปีแรกมีมูลค่ากว่า 1.13 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 0.95%

ทั้งนี้ จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่มีปัจจัยลบจำนวนมาก ทาง สรท.จึงมองว่าการส่งออกในปีนี้จะขยายตัวได้เพียง 3% หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยคาดการณ์จะขยายตัว 4.92% เมื่อช่วงต้นปี

นายไพบูลย์ กล่าวว่า การส่งออกที่ชะลอตัวลงมากจะส่งผลต่อศักยภาพการส่งออกของไทย ดังนั้น เป็นอย่างมาก แม้ว่าที่ผ่านมาค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงบ้างก็ตาม โดยเฉพาะกับผู้ประกอบการรายกลางและเล็กที่จะมีกำไรต่ำลง และจะทำให้สภาพคล่องมีปัญหาเป็นอย่างมาก ซึ่งในอนาคตหากไม่ได้รับการแก้ไขผู้ส่งออกขนาดใหญ่ก็จะขาดศักยภาพด้วยเช่นกัน ดังนั้น ภาครัฐต้องศึกษาผลวิเคราะห์ของนักวิชาการหรือข้อมูลที่มีอยู่ถึงสาเหตุของการส่งออกที่แท้จริงว่าเกิดจากปัจจัยใด และกลุ่มส่งออกไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด

นายนพพร กล่าวว่า ต่อไปในอนาคตตลาดอาเซียนจะมาจะเข้ามามีส่วนผลักดันการส่งออกไทยอย่างมาก อาจจะทดแทนตลาดหลักได้ โดยเฉพาะสินค้าในหมวดอุปโภค บริโภค ดังนั้นรัฐบาลต้องหันมาช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำตลาด หรือช่วยผลักดันสินค้าไทยให้เข้าถึงศูนย์กลางของกลุ่มประเทศอาเซียน และทำให้ไทยเป็นจุดศูนย์กลางของตลาดในภูมิภาคอาเซียนเพื่อส่งสินค้าไปยังประเทศที่สาม

นอกจากนี้ สรท.ยอมรับว่า การที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัวมาก โดยเฉพาะครึ่งปีหลังที่ยังทรงตัวจะส่งผลกระทบต่อการสินค้าไทยไปยังตลาดจีน เนื่องจากไทยส่งออกสินค้าไปจีนสูงถึง12 %ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด โดยเฉพาะยางพารา เคมีภัณฑ์ เครื่องคอมพิเวเตอร์ และเม็ดพลาสติก จึงทำให้มองว่าการส่งออกสินค้าไทยไปจีนจะเติบโตเพียง2 %หรือมีมูลค่า 27,400 ล้านดอลาร์สหรัฐเท่านั้น ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่ขยายตัว2.4 % หรือคิดเป็นมูลค่าการส่งออกเฉลี่ยต่อเดือน 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งหากรัฐบาลจะตั้งเป้าส่งออกไปจีนให้ได้ 2% ครึ่งปีหลังต้องขยายตัวให้ได้12 %หรือมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 15,000 ล้านดอลาร์สหรัฐ

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน