
กระทุ้งปั้น"เชียงราย" ประตูสู่เพื่อนบ้าน
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เชียงราย จุดยุทธศาสตร์การค้าบริเวณภาคเหนือตอนบน เชื่อมโยงกับประเทศลาว พม่า และต่อไปยังเวียดนามและจีนตอนล่าง เป็นพื้นที่ที่มีแนวโน้มที่จะเติบโตและสามารถพัฒนาให้เป็นประตูกระจายสินค้าและบริการ รวมถึงเส้นทางการท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้านได้
บุญธรรม ทิพย์ประสงค์ ประธานหอการค้าจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จ.เชียงราย มียุทธศาสตร์การค้ากับกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) ประกอบด้วย พม่า กัมพูชา ลาว เวียดนาม ไทย และจีนตอนล่าง ซึ่งมีประชากรรวมกว่า 300 ล้านคน โดยจะมุ่งพัฒนา จ.เชียงราย ให้เป็นประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งถือเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดย่อยของอาเซียนที่มีศักยภาพค่อนข้างมาก โดยเฉพาะพม่าสามารถเป็นเส้นทางสู่ประเทศจีน อินเดีย และบังกลาเทศได้โดยเชียงรายมีด่านการค้าถาวรทั้งหมด 4 ด่านใน 3 อำเภอ ได้แก่ ด่านแม่สาย ด่านแม่สอด และด่านเชียงแสนที่มี 2 ด่าน เข้าสู่ลาวและพม่า รวมทั้งยังมีจุดผ่อนปรนอีก 10 แห่ง
ทั้งนี้ หอการค้าจังหวัดเชียงรายได้วางยุทธศาสตร์การพัฒนาไว้ทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาด้านการค้าภายในภูมิภาคจีเอ็มเอส ซึ่งเชียงรายจะต้องปรับตัวเป็นเกตเวย์เชื่อมโยงการค้า การพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เชียงรายจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน เพราะมีเส้นทางการท่องเที่ยวที่หลากหลาย และเดินทางได้อย่างสะดวกทั้งทางน้ำ โดยการล่องน้ำโขง ทางอากาศและทางถนน
การพัฒนาด้านการเกษตร เนื่องจากเชียงรายมีการผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญ เช่น ข้าวเขี้ยวงู การประมงเลี้ยงปลาน้ำจืด รวมทั้งผลไม้ หากพัฒนาการผลิตและกระจายออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้ จะยิ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในพื้นที่ให้เติบโตได้โดยประเทศเพื่อนบ้านมีความต้องการสินค้าจากประเทศไทยค่อนข้างมาก เช่น ไทยส่งไข่ไก่เข้าประเทศพม่าผ่านท่าขี้เหล็กวันละ 1 ล้านฟอง เชียงรายจึงเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญ
ขณะเดียวกัน การพัฒนาด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะสามารถอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนการขนส่งให้กับผู้ประกอบการได้ และสุดท้ายคือ การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่ โดย จ.เชียงราย ต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรืออุตสาหกรรมสีเขียว
อย่างไรก็ตาม การจะพัฒนาเชียงรายให้เป็นตามเป้าหมายที่กำหนด จะต้องมีการพัฒนาจังหวัดรวมถึงเส้นทางคมนาคมขนส่งให้สามารถรองรับการขยายตัวที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเส้นทางการขนส่งสินค้าทางถนน ซึ่งปัจจุบันมีเส้นทางเดียวคือถนนพหลโยธินผ่านเข้าตัวเมืองเชียงรายหน้าอนุสาวรีย์พ่อขุน และตรงไปยังชายแดน ซึ่งเชียงรายค้าขายกับประเทศเพื่อนบ้านมาก แต่กลับมีเส้นทางเพียงเส้นทางเดียว และปัจจุบันค่อนข้างคับคั่ง ทำให้เกิดความล่าช้า สร้างต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ
ทั้งนี้ หอการค้าได้นำเสนอการก่อสร้างเส้นทางคู่ขนานเพื่อขนส่งสินค้าสู่ชายแดน โดยไม่ต้องผ่านเข้าตัวเมืองเชียงราย เป็นเส้นทางเลี่ยงเมืองระยะทางประมาณ 6070 กิโลเมตร โดยเส้นทางอาจเริ่มจาก อ.แม่สรวย ติดกับ จ.เชียงใหม่ หรือเป็นมอเตอร์เวย์ เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้า โดยหอการค้าจะส่งเรื่องนี้ให้ทางส่วนกลางให้เอกชนผลักดันเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ไปพิจารณา เพราะหากมีการพัฒนาถนนเส้นนี้จะช่วยระบายการขนส่งออกให้มีความสะดวกมากขึ้น รวมทั้งจะส่งเสริมให้เชียงรายเป็นเมืองแห่งประตูการค้าอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกันฝั่งของภาคเอกชนท้องถิ่นได้เริ่มขยับและปรับตัวอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา มีธุรกิจบริการโลจิสติกส์เกิดขึ้นมากมาย เพื่อรองรับการขนส่งสินค้าข้ามแดนผ่านเส้นทางจ.เชียงราย ซึ่งนายบุญธรรมได้พูดย้ำทิ้งท้ายว่า“หากจะเป็นประตูสู่ภูมิภาคจีเอสเอ็ม จะมีเพียงถนนเส้นเดียวไม่ได้ จะต้องมีถนนเส้นคู่ขนานเพื่อเป็นเส้นทางการระบายสินค้าออกสู่ชายแดน เพราะหากพิจารณาด้านพื้นที่แล้ว เชียงรายเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง”







