posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

30 กรกฎาคม 2556

ชัชชาติสั่งจัดระเบียบแท็กซี่ภูเก็ต

ชัชชาติสั่งจัดระเบียบแท็กซี่ภูเก็ต

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกแก้ไขปัญหารถแท็กซี่ในภูเก็ต หลังจากเกิดปัญหารถแท็กซี่ ที่นำนักท่องเที่ยวจากสนามบินภูเก็ตไปส่งแล้ว แต่ไม่สามารถรับผู้โดยสารออกมาได้และให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย พิจารณาว่าจะต่อสัญญาให้กับผู้ให้บริการรถโดยสารสาธารณะที่สนามบินภูเก็ตที่จะหมดสัญญาหรือไม่ จากปัจจุบัน ที่มี 3 ประเภท คือ รถลีมูซีน รถแท็กซี่ และรถชัตเทิลบัส

พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมีมานานแล้ว ปัจจุบันทาง จ.ภูเก็ต ได้ร่วมมือกับดีเอสไอ ท่าอากาศยานภูเก็ต และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับนักท่องเที่ยว เบื้องต้นทราบว่ารถแท็กซี่ที่ให้บริการที่ภูเก็ตมีหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็อยู่กันคนละพื้นที่ กระจายอยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนรายละเอียดของปัญหาที่เกิดขึ้น ทางท่าอากาศยานภูเก็ตยังไม่ได้รายงานรายละเอียดที่ชัดเจน แต่การแก้ไขปัญหาคงเป็นภูเก็ตมากกว่า

ชี้ กสทช.ไม่มีอำนาจต่ออายุคลื่น 1800

นางจันทจิรา เอี่ยมมยุรา หัวหน้าโครงการประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หลังจากสิ้นสุดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์แล้ว คลื่นความถี่ต้องกลับมาเป็นทรัพยากรของชาติ และนำไปประมูลเท่านั้น ซึ่งคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่มีอำนาจออกร่างประกาศ เรื่องมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการ ในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ... และไม่สามารถให้ บริษัท กสท โทรคมนาคม บริหารต่อได้อีก เพราะถือเป็นการทำลายหลักการของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายการประกอบกิจการโทรคมนาคมอย่างสิ้นเชิง

ทั้งนี้ การยืดเวลาของ กสทช. ด้วยการออกประกาศมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคฯ ถือว่า เป็นร่างประกาศฯ ที่คุ้มครองผู้ให้บริการมากกว่าคุ้มครองลูกค้าผู้ใช้บริการ รวมทั้งการยืดระยะเวลา 1 ปี ถือว่า กสทช.ทำผิดกฎหมาย ทั้งการไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ต้องนำคลื่นไปประมูล ละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งกลุ่มบุคคลหรือคณะบุคคล สามารถรวมตัวเพื่อฟ้องร้องต่อศาลปกครองได้ เพื่อให้ศาลเพิกถอนร่างประกาศฯ นอกจากนี้อาจมีความผิดตามมาตรา 157 ของกฎหมายอาญา

ยุคลยืนยันไม่ขายยาง 2.1 แสนตัน

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายาง มีมติไม่ขายยางในสต๊อกของรัฐบาล 2.1 แสนตัน เพราะจะส่งผลกระทบต่อราคายางได้ และให้องค์การสวนยาง (อสย.) หารือร่วมกับภาคเอกชนจัดทำแผนการบริหารจัดการยางในสต๊อกมาใช้เป็นวัตถุดิบเพื่อใช้ภายในประเทศ โดยได้กำหนดกรอบว่าต้องไม่กระทบกับราคายางในตลาด รวมถึงสถานภาพทางการเงินของการดำเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรฯ เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (ก.น.ย.) เพื่อพิจารณา

ทั้งนี้ เนื่องจากเกษตรกรเห็นว่า รัฐควรนำเงินในกรอบที่เหลือ 2.3 หมื่นล้านบาทมาใช้ในการพัฒนาสถาบันเกษตรกร เพื่อรักษาเสถียรภาพยาง และควรมีแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนด้วยการกำหนดราคายางพาราขั้นต่ำ และหาเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้สถาบันเกษตรกรโดยตรง ซึ่งทาง อสย.ได้เตรียมเสนอโครงการพัฒนายางพาราสู่อุตสาหกรรม โดยจะพัฒนาสถาบันเกษตรชาวสวนยางร่วมตัวกันเป็นผู้แปรรูปยางตั้งแต่กลางน้ำเพื่อเพิ่มมูลค่ายาง และช่วยเหลือในเรื่องการส่งออกหรือหาตลาดต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69