
กสิกรเปิดบริการเตือนลงทุน
นำร่องแจ้งNAVอัตโนมัติบลจ.แรกช่วยจับจังหวะซื้อขายช่วงหุ้นผันผวน
นำร่องแจ้งNAVอัตโนมัติบลจ.แรกช่วยจับจังหวะซื้อขายช่วงหุ้นผันผวน
บลจ.กสิกรไทย เปิดตัวบริการใหม่ NAV Alert ช่วยนักลงทุนจับจังหวะซื้อกองทุน ช่วงตลาดหุ้นผันผวน
นายจงรัก รัตนเพียร ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทเปิดให้บริการ NAV Alert ซึ่งเป็นบริการแจ้งเตือนมูลค่าหน่วยลงทุน (NAV) ด้วยระบบอัตโนมัติ โดยบริการดังกล่าวจะเป็นผู้ช่วยเสริมในการลงทุนสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนหุ้น ให้สอดรับกับสภาพเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาดหุ้น
“บลจ.กสิกรไทย เป็น บลจ.แรกที่เปิดให้บริการดังกล่าว ซึ่งเป็นบริการเสริมพิเศษของบริการ KCyber Invest หรือบริการลงทุนในกองทุนรวมทางอินเทอร์เน็ต ของ บลจ.กสิกรไทย ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของนักลงทุนในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมีบริการเสริมที่หลากหลายและช่วยอำนวยความสะดวกในการลงทุน เช่น การสรุปยอดขายคืนกองทุน LTF ที่ถูกต้องตามเงื่อนไขทางภาษี บริการส่งหนังสือรับรองการซื้อ LTF/RMF ออนไลน์ และบริการแจ้งหน่วยลงทุนคงเหลือทุกๆ 6 เดือน” นายจงรัก กล่าว
สำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้บริการดังกล่าว สามารถเข้าไปเลือกเมนู บริการรับข้อมูลข่าวสาร/แจ้งเตือน แล้วเลือกเมนู NAV Alert จากนั้นนักลงทุนจะสามารถกำหนดเป้าหมายราคา NAV ต่อหน่วย ที่ต้องการจะซื้อหรือจะขายกองทุนได้เอง และเมื่อราคา NAV ต่อหน่วย ถึงราคาเป้าหมายที่วางไว้ ระบบจะแจ้งเตือนผ่านทางอีเมลเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถทำธุรกรรมซื้อ ขายคืนหรือสับเปลี่ยนได้ทันที โดยไม่ต้องเฝ้าติดตามภาวะตลาด และไม่พลาดจังหวะการลงทุน
ทั้งนี้ เมื่อเดือน ก.ค. มีนักลงทุนของ บลจ.กสิกรไทย สมัครใช้บริการ KCyber Invest แล้ว มากกว่า 9.2 หมื่นราย
นายจงรัก กล่าวว่า ทิศทางการขยายตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง อาจมีแนวโน้มการขยายตัวต่ำกว่าในช่วงครึ่งแรกของปี ปัจจัยหลักมาจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจในเอเชีย
“อย่างไรก็ตาม การชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ดังนั้น การที่เศรษฐกิจชะลอตัวจึงไม่ได้หมายความว่าตลาดหุ้นไทยจะต้องชะลอตามไปด้วย เพราะหากวิเคราะห์อย่างละเอียดจะเห็นว่า องค์ประกอบหลักของตลาดหุ้นไทย มีสัดส่วนในธุรกิจกลุ่มพลังงาน และธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก ในขณะที่เศรษฐกิจไทยเน้นพึ่งพาการส่งออกสูงถึง 70%” นายจงรัก กล่าว
ขณะที่ปัจจัยสำคัญในการผลักดันตลาดหุ้นไทยในครึ่งปีหลังนี้ จะมาจากผลประกอบการของตัวบริษัทจดทะเบียน เพราะเชื่อว่าผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยในปีนี้ ยังสามารถเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อดัชนีหุ้น







