
จีนออกกฏคุมทัวร์
กระทบเที่ยวไทยระยะสั้น
กระทบเที่ยวไทยระยะสั้น
ทันทีที่รัฐบาลจีนประกาศจะใช้มาตรการควบคุมรายการนำเที่ยวไม่สมเหตุสมผล ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป แม้จะยังไม่มีมาตรการออกมาให้เห็นชัดเจน แต่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยวไทยอย่างแน่นอน
วิชิต ประกอบโกศล ประธานบริษัท ซีซีที กรุ๊ป บริษัททัวร์รายใหญ่ที่ทำตลาดนำคนจีนมาเที่ยวไทย กล่าวว่า ยังไม่เห็นเนื้อหากฎหมายใหม่ที่รัฐบาลจีนจะออกมาในวันที่ 1 ต.ค.นี้ ทราบเพียงแนวทางเบื้องต้นว่า การทำทัวร์แบบใหม่จะเน้นว่าลูกค้าต้องมีสิทธิเลือกไม่ไปโปรแกรมทัวร์เพิ่มเติม (ออปชัน) หรือไปช็อปปิ้งตามร้านค้าได้ หากยังพาลูกค้าไปแล้วไม่พอใจหรือมีปัญหา บริษัททัวร์อาจโดนปรับได้ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าโทษรุนแรงแค่ไหน เมื่อเป็นเช่นนี้คาดว่าบริษัททัวร์จะใช้วิธีไม่ทำทัวร์ออปชัน เพื่อตัดปัญหาลูกค้าไม่พอใจ ส่วนการพาลูกค้าไปช็อปปิ้งตามร้านค้า เชื่อว่ายังมีอยู่ เพียงแต่จะแจ้งล่วงหน้าให้ลูกค้าทราบก่อน โดยระบุตั้งแต่ในโปรแกรมทัวร์ที่เสนอลูกค้า
“ทัวร์ออปชันคือมีที่เที่ยวเสนอลูกค้า 10 แห่ง อาจวางไว้ในโปรแกรมแค่ 67 แห่ง ที่เหลือเก็บเอาไว้ เมื่อลูกค้ามาถึงไทยแล้ว มัคคุเทศก์ (ไกด์) ที่ดูแลค่อยใช้ความสามารถส่วนตัวเสนอทางเลือกให้ลูกค้าซื้อโปรแกรมเพิ่มเติม เช่น โปรแกรมล่องแม่น้ำเจ้าพระยา โปรแกรมทำสปา หรือรับประทานอาหารซีฟู้ด เป็นต้น” วิชิต อธิบาย
สำหรับราคาทัวร์คาดว่าต้องปรับขึ้นแน่นอน แต่คงไม่สูงนักถ้ายังจัดโปรแกรมพาลูกค้าไปช็อปปิ้งตามร้านค้าได้ แต่หากไม่มีโปรแกรมช็อปปิ้งเลยราคาน่าจะขึ้นอีก5001,000 หยวน หรือ 2,5005,000 บาท จากราคาเดิมที่ขายอยู่ ซึ่งมีตั้งแต่หลักไม่กี่ร้อยหยวนไปจนถึงหลายพันหยวน หากเทียบทัวร์ประเทศอื่น เชื่อว่าการขึ้นราคาเท่านี้ไม่ทำให้คนจีนไหลไปเที่ยวที่อื่น เนื่องจากราคายังแข่งขันได้ เพราะรัฐบาลจีนไม่ได้คุมเฉพาะทัวร์จีนมาไทย แต่รวมทัวร์จีนไปทั่วโลกด้วย
ปัจจุบันมีหลายประเทศที่จัดทัวร์ออปชันและช็อปปิ้งมากกว่าไทยด้วยซ้ำ เมื่อทำไม่ได้แล้วคงต้องปรับขึ้นราคามากกว่าที่ไทย เช่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย อาจต้องขยับราคาถึง 2,0005,000 หยวน หรือ 12.5 หมื่นบาท
ทั้งนี้ เชื่อว่ามาตรการของจีนจะช่วยตัดปัญหาเรื่องไกด์ทะเลาะกับลูกค้า พูดจาไม่ดีกับลูกค้า เมื่อลูกค้าไม่ยอมซื้อทัวร์ออปชัน ซึ่งก็จะเป็นผลดีต่อการท่องเที่ยวไทยโดยรวม เพราะคนจีนที่มาเที่ยวจะได้รับบริการที่ดีมีคุณภาพมากขึ้นตามราคาที่สูงขึ้น ขณะที่สัดส่วนบริษัททัวร์ไทยที่ทำตลาดจีนจะเปลี่ยนไป ไม่เหลือกลุ่มที่ทำทัวร์ประหยัดขายออปชันที่เคยมีถึง 4050% เพราะกลุ่มนี้จะต้องยกระดับตัวเองขึ้นมาทำทัวร์ระดับคุณภาพแทน
ขณะที่ สุรวัช อัครวรมาศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดลักซ์ เอ็กเพรส กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลจีนออกมาตรการจะทำให้ตลาดจีนเที่ยวไทยชะลอตัวเฉพาะระยะแรก เนื่องจากค่าทัวร์จะแพงขึ้น แต่เป็นผลดีระยะยาว เพราะทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพมากขึ้น ใช้จ่ายสูงขึ้น และตลาดคงฟื้นตัวรวดเร็ว เพราะไทยเป็นจุดหมายอันดับแรกๆ ที่คนจีนต้องการมาเที่ยว โดยปีนี้คาดว่าจะมีคนจีนมาเที่ยวไทยมากถึง 3.54 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มี 2.8 ล้านคน
สมชัย รัตนโอภาส กรรมการผู้จัดการ โรงแรมเอวัน กล่าวว่า โรงแรมและร้านอัญมณี เครื่องประดับ (จิวเวลรี) ที่รับตลาดจีนจะสะเทือนมากที่สุดทันทีที่รัฐบาลจีนออกมาตรการควบคุมรายการนำเที่ยวไม่สมเหตุสมผล เพราะคนจีนที่มาเที่ยวคงลดลงจากราคาทัวร์ที่สูงขึ้น โรงแรมที่ได้รับผลกระทบอันดับต้นๆ คือ โรงแรม 3 ดาว เพราะเป็นกลุ่มหลักที่บริษัททัวร์เลือกใช้กับตลาดจีน แต่เชื่อว่าผลกระทบจะเกิดระยะสั้นเดือน ต.ค.ที่มาตรการเริ่มออกใช้ แต่หลังเดือน พ.ย. การใช้บริการจะฟื้นตัวรวดเร็ว เพราะค่าใช้จ่ายในการเที่ยวไทยถูกกว่า และเดินทางไม่ไกลด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนที่พึ่งพิงรายได้หลักจากตลาดจีนคงต้องปรับตัวกันไว้แต่เนิ่นๆ โดยกระจายความเสี่ยงไปยังตลาดอื่นเพิ่ม เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ เป็นการป้องกันเอาไว้ดีกว่ามาตามแก้ที่หลังเป็นดีที่สุด







