
กังวลการเมืองเสี่ยงต่อหุ้น
ดัชนีหุ้นไทยปิดวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ระดับ 1,476.71 จุด เพิ่มขึ้น 20.03 จุด หรือ 1.38% ซึ่งถือว่าเด้งขึ้นมาปิดแรงจากวันก่อนหน้าที่ปรับตัวลดลง
ดัชนีหุ้นไทยปิดวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ระดับ 1,476.71 จุด เพิ่มขึ้น 20.03 จุด หรือ 1.38% ซึ่งถือว่าเด้งขึ้นมาปิดแรงจากวันก่อนหน้าที่ปรับตัวลดลงรุนแรงมากที่สุดในภูมิภาค โดยลดลงกว่า 44 จุด
ปัจจัยที่มีน้ำหนักต่อการลงทุนในตลาดหุ้นระยะนี้คือ ประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะในวันที่ 7 ส.ค.นี้ จะมีการนำร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าสู่การพิจารณาของสภา ทำให้ตลาดเกิดความกังวล
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีระภพ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มดัชนีครึ่งปีหลังจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งน่าจะเคลื่อนไหวในระดับ 1,550-1,600 จุด ส่วนประเด็นที่ต้องติดตามคือผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ในงวดไตรมาส 2 การเมืองในประเทศและเศรษฐกิจจีนด้วย
ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มเป้า 50%
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายปี 2556 ขึ้นโดยเฉลี่ย 50% โดยมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นเป็น 4.95 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากสิ้นปี 2555 ส่วนสัญญาซื้อขายอนุพันธ์เพิ่มเป็น 6.6 หมื่นสัญญา เพิ่มขึ้น 51% จากสิ้นปี 2555 ขณะที่มูลค่าหลักทรัพย์ (มาร์เก็ตแคป) ของหุ้นใหม่เพิ่มเป็น 1.8 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% จากสิ้นปี 2555
PTTEP กำไร 3 หมื่นล้านครึ่งปี
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิงวดครึ่งปี 2556 จำนวน 3 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.60 หมื่นล้านบาท แม้ว่าในไตรมาสที่ 2 จะชะลอตัวลงเหลือ 10,663 ล้านบาทก็ตาม
ผลดำเนินงานที่ดีขึ้นส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลสำหรับงวดกลางปีในอัตราหุ้นละ 3 บาท ซึ่งจะจ่ายในวันที่ 23 ส.ค.นี้
CK รุกโรดโชว์ดึงนักลงทุน
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง (CK) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนนำเสนอข้อมูล (โรดโชว์) แก่นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น หลังจากฐานะการเงินมีความแข็งแกร่ง และผลประกอบการเติบโตดีขึ้น
สำหรับการลงทุน 2.2 ล้านล้านบาทของรัฐที่ล่าช้าออกไปจะไม่มีผลกระทบต่อบริษัท เพราะสิ้นปีนี้มีงานในมือถึง 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งจะสร้างรายได้ในช่วง 56 ปีข้างหน้า ส่วนสิ้นปีรายได้น่าจะอยู่ที่ 3.6 หมื่นล้านบาท







