
ดึงภาคธุรกิจร่วมต้านโกง
ไอโอดีเดินหน้าดึงภาคธุรกิจร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น แนะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
ไอโอดีเดินหน้าดึงภาคธุรกิจร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น แนะลงโทษผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
นายบัณฑิต นิจถาวร กรรมการผู้อำนวยการ สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) เปิดเผยว่า ต่อไปนี้ทางสมาคมจะเข้าไปรณรงค์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจภาคการผลิตสินค้าและบริการเข้าร่วมมือเป็นแนวร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น เพื่อขยายความร่วมมือออกไปสู่วงกว้าง
นายบัณฑิต กล่าวว่า สมาคมต้องการดึงภาคธุรกิจที่แท้จริงให้ร่วมกันต่อต้านการคอร์รัปชั่น ทั้งธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ธุรกิจอื่นๆ โดยปัจจุบันมีบริษัทรับเหมาก่อสร้างของต่างประเทศหลายรายได้เข้าร่วมกับไอโอดีแล้ว ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นแบบอย่างให้กับขนาดเล็กที่เป็นธุรกิจเกี่ยวเนื่องได้เห็นจุดยืนดังกล่าว
“การทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นทุกวัน ดั่งที่มีการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ว่า ได้สร้างความเสียหายให้กับประเทศจำนวนมาก ขณะที่ผู้คนก็มีทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชั่น ซึ่งถือเป็นอันตราย ฉะนั้นภาครัฐจะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ถ้าคนใหญ่คนโตทุจริต ก็ต้องถูกลงโทษ จะทำให้ประชาชนเปลี่ยนแนวความคิดว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่ไม่ดี” นายบัณฑิต กล่าว
นายบัณฑิต กล่าวอีกว่า หลังจากบริษัทประกันภัย 51 บริษัท เข้าร่วมต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้จำนวนบริษัทที่เข้าร่วมเพิ่มเป็น 225 บริษัท โดยบริษัทเหล่านี้แสดงจุดยืนว่า จะไม่สนับสนุนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่น ปฏิเสธการทำธุรกิจกับบริษัทที่มีการคอร์รัปชั่น จะทำให้การทุจริตเกิดขึ้นได้ยาก จึงต้องการให้ธุรกิจไทยร่วมมือกันแสดงพลังและร่วมต่อต้านการทุจริตที่จะเกิดขึ้นในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐบาล ภาคราชการ เอกชนและภาคประชาสังคม
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า การที่สังคมยอมรับการทุจริตที่ตัวเองมีส่วนได้เสีย เป็นสิ่งที่อันตรายต่อประเทศชาติในอนาคต จึงควรจะมีบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับผู้ที่ทุจริตเหมือนในต่างประเทศ เช่น ประเทศจีน เกาหลีใต้ หรือประเทศอื่นๆ เพื่อขจัดปัญหานี้
ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชั่นไทยจากกลุ่มตัวอย่าง 2,400 ตัวอย่าง พบว่า ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะให้แก่ข้าราชการและนักการเมืองที่ทุจริต เพื่อให้ได้สัญญาถึง 78% โดยสัดส่วนที่จ่ายสูง 2535% เพิ่มขึ้นสูงถึง 50.8%







