posttoday
'เมดอินU.S.A.' ฟื้นบริษัทจับคู่ธุรกิจสุดรุ่ง

'เมดอินU.S.A.' ฟื้นบริษัทจับคู่ธุรกิจสุดรุ่ง

26 กรกฎาคม 2556

2013 มิได้เป็นเพียงปีแห่งโอกาสสำหรับนักเล่นหุ้นและนักเก็งกำไรบ้านในสหรัฐเท่านั้น

โดย...นันทิยา วรเพชรายุทธ

2013 มิได้เป็นเพียงปีแห่งโอกาสสำหรับนักเล่นหุ้นและนักเก็งกำไรบ้านในสหรัฐเท่านั้น เพราะสำหรับภาคอุตสาหกรรมการผลิตและแวดวงที่เกี่ยวข้องแล้ว การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐหลังจากวิกฤตการณ์ภาคการเงินเมื่อปี 2008 ยังมาพร้อมกับการถือกำเนิดใหม่ของสินค้าและบริการที่ผลิตในสหรัฐ หรือ “Made in America” ที่แทบจะเคยตายไปจากแผ่นดินสหรัฐมาก่อนด้วย

เมกเกอร์ส โรว์ (Maker’s Raw) คือ บริษัทผู้ให้บริการจับคู่ธุรกิจในสหรัฐ ซึ่งเฟ้นหาโรงงานผู้ผลิตในประเทศที่จะผลิตสินค้า เมด อิน อเมริกา ให้กับธุรกิจในกลุ่มบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ซึ่งไม่มีทุนหรือเครือข่ายที่กว้างขวางพอจะโยกการผลิตไปยังประเทศต้นทุนต่ำ ซึ่งบริษัทแห่งนี้ก็เป็นหนึ่งในหลายธุรกิจที่กำลังไปได้สวย จากเทรนด์ เมด อินยูเอสเอ ที่กำลังฟื้นตัวอีกครั้งในช่วง 1–2 ปีมานี้

เพราะวิกฤตการณ์เศรษฐกิจสหรัฐที่ลากยาวมากว่า 5 ปีนั้น ยังมีส่วนช่วยให้เกิดกระแสการอุดหนุนสินค้าและบริการที่ผลิตภายในประเทศอีกครั้ง เพื่อช่วยเหลือผู้ผลิตสัญชาติเดียวกัน โดยเฉพาะในภาคเอสเอ็มอี ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการจ้างงานมากที่สุด

เมกเกอร์ส โรว์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 จากจุดเริ่มต้นของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดย่อม ที่ผ่านบทเรียนที่เจ็บปวดจากการเอาต์ซอร์สการผลิตไปยังต่างประเทศ

แมท เบอร์เน็ต ผู้ร่วมก่อตั้งเมกเกอร์ส โรว์ เปิดเผยกับฟอกซ์ นิวส์ และเอ็นเทรอพรีเนอร์ ว่า นาฬิกาที่สั่งผลิตจากจีน 1 หมื่นเรือน ในปี 2010 นั้น ประสบปัญหาทั้งส่งสินค้าล่าช้า และยังมีความผิดพลาดในการผลิตจนทำให้สินค้าชำรุดถึง 2,000 เรือน ทำให้ต้องวิ่งวุ่นหาโรงงานใหม่แทน และนับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่การเป็นแม่สื่อธุรกิจในวันนี้

เบอร์เน็ต ร่วมกับเพื่อนอีก 2 คน คือ สกอตวีเนอร์ และทันยา เมอร์นันเดซ เปิดตัวเมกเกอร์ส โรว์ ขึ้นในปลายปี 2012 โดยเห็นโอกาสสำคัญที่กระแส เมด อิน อเมริกา กำลังเริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง ในขณะที่ตลาดนี้ยังไม่มีผู้เล่นเข้ามามากนัก

สิ่งที่เมกเกอร์ส โรว์ มอบให้กับลูกค้าก็คือ การอำนวยความสะดวกในการผลิตแบบครบถ้วน ตั้งแต่แนวคิด รูปแบบ วัตถุดิบ ตัวอย่างสินค้า เครื่องไม้เครื่องมือ และการผลิต โดยจะคิดค่าบริการเมื่อมีการตกลงผลิตสินค้าระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้ผลิตแล้ว ในราคาเดือนละ 50–200 เหรียญสหรัฐ

ปัจจุบันบริษัทมีรายชื่อโรงงานที่รับผลิตสินค้าให้แล้วหลายพันแห่ง และกำลังมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการจับมือเป็นพันธมิตรกับบรรดาสมาคมอุตสาหกรรมการผลิตและงานแสดงสินค้าต่างๆ ซึ่งคาดว่าภายในปลายปี 2013 นี้ บริษัทจะมีโรงงานผลิตที่เป็นพันธมิตรทั้งหมดถึง 6 หมื่นแห่งทั่วสหรัฐ

เบอร์เน็ต กล่าวว่า แม้สินค้าผลิตในต่างประเทศอาจมีราคาถูกกว่า ทว่าสินค้าผลิตในอเมริกาก็มีจุดเด่นที่แข่งขันได้หลายจุดด้วยกัน โดยเฉพาะเรื่องของคุณภาพและความไว้วางใจ

เบอร์เน็ต กล่าวด้วยว่า ทุกวันนี้มีลูกค้าจำนวนมากที่มองหาสินค้าที่ผลิตในบ้านมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเสื้อผ้าและสิ่งทอ หลังจากที่เกิดเหตุสะเทือนขวัญโรงงานสิ่งทอในบังกลาเทศพังถล่ม และสะท้อนให้เห็นคุณภาพชีวิตที่น่ารันทดของแรงงานในต่างประเทศ

“ยังมีโอกาสมหาศาลสำหรับแบรนด์สินค้าที่จะผลิตในบ้าน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าความต้องการสินค้า เมด อิน อเมริกา กำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้นในสหรัฐ”

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ