
คาดรายได้กรมที่ดินลดลง 30% หลังมีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ
กรมที่ดิน คาดว่า การต่ออายุมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาฯ ทำให้รายได้จากการโอนวูบ 30% ในปีนี้
กรมที่ดิน คาดว่า การต่ออายุมาตรการภาษีกระตุ้นอสังหาฯ ทำให้รายได้จากการโอนวูบ 30% ในปีนี้
นายอนุวัฒน์ เมธีวิบูลวุฒิ อธิบดีกรมที่ดิน กล่าวว่า หลังจากรัฐบาลต่อมาตรการภาษีอีก 2 เดือน ทำให้กรมฯ คาดว่าเป้าหมายรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้จะลดลง 30% จากรายได้ปกติที่ได้ในแต่ละปี ซึ่งปกติกรมฯ จะมีรายได้การโอนอสังหาริมทรัพย์ ประมาณ 5 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยในปีงบประมาณ 2552 ที่ผ่านมา (ต.ค. 51- ก.ย. 52 ) ซึ่งเป็นช่วงที่มีมาตรการภาษีอสังหาฯ ตลอดทั้งปีงบประมาณ กรมที่ดินมีรายได้จากการโอนอสังหาริมทรัพย์ เหลือเพียง 3 หมื่นล้านบาท หรือหายไปราว 40 % จากยอดปกติที่เก็บได้ในแต่ละปี อย่างไรก็ตามจากการที่รัฐบาลต่อมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์อีก 2 เดือน คาดว่าจำนวนการโอนจะเพิ่มขึ้น 10%
“ในวันที่ 26 มี.ค. ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดของมาตรการเดิม มีจำนวนการโอนอสังหาริมทรัพย์สูงถึง 500 แปลงต่อสาขา จากปกติเฉลี่ย 150 แปลงต่อสาขาต่อวัน โดยวันที่ 29-30 พ.ค. กรมที่ดินยังเพิ่มวันให้บริการจดทะเบียนโอนในวันหยุดอีกด้วย”
นายอนุวัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันจำนวนที่ดินทั้งหมด 32 ล้านแปลงทั่วประเทศ มีจำนวนที่ดินที่จะต้องเสียภาษีทั้งหมด 31 ล้านแปลง อยู่ในข่ายที่จะต้องเสียภาษี และมีเพียง 28-29% เท่านั้นที่มาเสียภาษีทำให้กรมฯจัดเก็บรายได้จากภาษีที่ดินเพียง 1.5 หมื่นล้านบาท กรมฯจึงมีแผนปรับปรุงพัฒนาระบบไอที เพื่อให้ระบบการจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นจริง โดยมีแผนขอกู้เงินจากธนาคารโลก จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีอุปสรรคเรื่องเพดานเงินกู้ของรัฐบาลที่เต็มเพดานแล้ว หากสามารถพัฒนาระบบไอทีได้ซี่งจะใช้เวลาประมาณ 5 ปีนับจากนี้คาดว่ากรมฯ จะสามารถจัดเก็บรายได้จากภาษีที่ดินเป็นจำนวน 5 หมื่นล้านบาท และสามารถจัดเก็บภาษีได้ 90% ของจำนวน ที่ดินที่ต้องเสียภาษีทั้งหมด โดยในเดือนก.ย. นี้กรมฯจะได้เงินงบประมาณ ราว 100 ล้านบาทเพื่อมาพัฒนาระบบสารสนเทศ เพื่อมาพัฒนาระบบสารสนเทศให้กับสำนักงานที่ดินใน จ. พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นงบจากโครงการไทยเข้มแข็ง ขณะที่งบส่วนถัดไป อีก 200 ล้านบาทจะเข้ามาในปีหน้า เพื่อพัฒนาระบบสารสนเทศให้กับสำนักงานที่ดินในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล รวม 7 จังหวัด
ล่าสุดกรมฯสนใจที่จะให้บริษัทฯจากประเทศแคนาดารับงานจัดทำศูนย์ข้อมูลที่ดินแห่งชาติ เนื่องจากเงื่อนไขการชำระเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่บริษัทจากทางแคมนาดาเสนอมานั้นน่าสนใจร่วมทั้งกลุ่มบริษัทนี้มีประสบการณ์ในการพัฒนาศูนย์ข้อมูลที่ดินให้กับประเทศอังกฤษมาแล้ว โดยบริษัทดังกล่าวคือ แคนาเดียน คอมเมอร์เชียล คอร์ปอเรชั่น( CCC) ซึ่งถือหุ้น 100% โดยรัฐบาลแคนาดา และทำหน้าที่สนับสนุนการค้าระหว่างประเทศให้กับบริษัทเอกชนของแคนาดา และบริษัท เอ็มดีเอ ซึ่งเป็นบริษัท ไอทีจากประเทศแคนาดา ซึ่งเงื่อนไขที่ทางซีซีซี เสนอนั้น คือการชำระคืนเงินกู้ปีละ 10% อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1%







