
ความปลอดภัยขนส่งสาธารณะ
สืบเนื่องจากอุบัติเหตุรถพ่วง 22 ล้อ พุ่งชนรถ บขส. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้ประชุมร่วมกับบริษัท ขนส่ง (บขส.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมเจ้าท่า (จท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะอย่างเร่งด่วน
สืบเนื่องจากอุบัติเหตุรถพ่วง 22 ล้อ พุ่งชนรถ บขส. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดเพลิงลุกไหม้จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้ประชุมร่วมกับบริษัท ขนส่ง (บขส.) กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กรมเจ้าท่า (จท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เรื่องมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะอย่างเร่งด่วน
นอกจากสั่งให้ บขส.กำหนดมาตรการดูแลความปลอดภัยบนตัวรถเพิ่มเติม อาทิ กำหนดให้พนักงานประจำรถต้องประกาศแนะนำอุปกรณ์ความปลอดภัยทุกครั้งที่ออกรถ เร่งจัดทำคู่มือการใช้งานอุปกรณ์เก็บไว้ที่เก้าอี้ทุกที่นั่งเหมือนบนเครื่องบิน รวมทั้งปรับปรุงป้ายต่างๆ บนรถให้มีความชัดเจน ส่วนพนักงานขับรถกำหนดให้ขับชิดเลนซ้าย หรือเลนกลาง พยายามหลีกเลี่ยงการขับเลนขวา รวมทั้งจะมีการสร้างจุดพักรถเพิ่มเติมเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถจอดพักได้
ส่วนเรื่องสำหรับขบ. ซึ่งกำกับดูแลเรื่องมาตรฐานตัวรถ จะต้องกลับไปศึกษามาตรฐานสากลเกี่ยวกับการใช้วัสดุในการนำมาประกอบเป็นอุปกรณ์ในตัวรถ เช่น ผ้าม่าน เบาะผ้า สีตัวถังรถ น้ำยาแอร์ สายไฟฟ้า ซึ่งจะต้องเป็นวัสดุกันไฟ เพื่อกำหนดเป็นแนวทางในการนำมาบังคับใช้ เพื่อลดความเสียหายจากอุบัติเหตุไฟไหม้รถ โดยให้เวลาศึกษา 1เดือน
สวนเรองมาตรฐานตัวรถก็ต้องได้รับการดูแลเช่นกัน
ที่สำคัญ ขบ.จะต้องกลับไปทบทวนมาตรการควบคุมผู้ขับรถบรรทุกให้มีความปลอดภัยมากขึ้น โดยอาจจะทบทวนระยะเวลาการต่ออายุใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ โดยเฉพาะใบอนุญาตขับขี่รถบรรทุกประเภท ท.3 หรือรถลากจูง (รถพ่วง) และ ท.4 หรือรถบรรทุกวัสดุอันตราย ว่าอาจจะต่อใบอนุญาตลักษณะแบบปีต่อปี จากปัจจุบันที่มีการต่อใบอนุญาตทุกๆ 3 ปี โดย ขบ.จะต้องรายงานผลกลับมาภายใน 2 สัปดาห์ รวมทั้งต้องกำหนดให้มีการตรวจสารเสพติดผู้ขับขี่รถบรรทุกด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการตรวจ
นอกจากนั้น รมว.คมนาคม ยังมีนโยบายให้ผู้ประกอบการซึ่งเป็นเจ้าของรถบรรทุก จะต้องเข้ามามีส่วนรับผิดชอบกับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมาจากคนขับรถบรรทุกกระทำผิดกฎหมายด้วย เช่น ขับรถเร็วเกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง ขับรถเกิน 4 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพัก หรือขับรถเกินวันละ 8 ชั่วโมง การเสพสุรายาเสพติด เป็นต้น โดย ขบ.จะต้องไปออกมาตรการลงโทษผู้ประกอบการขนส่งรถบรรทุกที่ปล่อยปละละเลยให้คนขับกระทำผิดกฎหมายด้วย
และจากอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงนี้ กระทรวงคมนาคมจึงประกาศทบทวนมาตรการดูแลความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนนิยมใช้บริการด้วย ทั้งเรือคลองแสนแสบ และรถเมล์ของ ขสมก.







