posttoday
ทุนญี่ปุ่นบุกเข้าไทย

ทุนญี่ปุ่นบุกเข้าไทย

25 กรกฎาคม 2556

ดันยอดขอบีโอไอครึ่งปีแรกพุ่ง47%ตลาดเออีซียังโตหนุนอุตฯต่อเนื่อง

ดันยอดขอบีโอไอครึ่งปีแรกพุ่ง47%ตลาดเออีซียังโตหนุนอุตฯต่อเนื่อง

ยอดขอบีโอไอ 6 เดือน พุ่ง 47% ทุนต่างประเทศยังไหลเข้า สวนเศรษฐกิจโลกซึม

นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ครึ่งปีแรกของปีนี้มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จำนวน 1,055 โครงการ ขยายตัว 5.8% มูลค่าเงินลงทุนรวม 6.33 แสนล้านบาท ขยายตัว 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยกลุ่มบริการและสาธารณูปโภคเป็นกิจการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุดคือ 256 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 3.02 แสนล้านบาท ขยายตัวถึง 190% เนื่องจากมีการซื้อเครื่องบินของหลายบริษัทการบิน

รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร ยานยนต์ และชิ้นส่วน 227 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.48 แสนล้านล้านบาท ขยายตัว 35% ตามด้วยกลุ่มเกษตรกรรม และผลผลิตจากการเกษตร 243 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 8.8 หมื่นล้านบาท ขยายตัว140%

สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ครึ่งปีแรกยื่นขอรับการส่งเสริมมา 619 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 2.79 แสนล้านบาท ใกล้เคียงกับเอฟดีไอของ 6 เดือนแรกปีที่แล้ว

ทั้งนี้ นักลงทุนญี่ปุ่นขอรับการส่งเสริมเข้ามามากที่สุดที่ 333 โครงการ เงินลงทุน 1.84 แสนล้านบาท ขยายตัว 28% รองลงมาคือ มาเลเซีย 18 โครงการ มูลค่า 1.73 หมื่นล้านบาท ตามด้วยฮ่องกง 19 โครงการ เงินลงทุน 1.54 หมื่นล้านบาท สิงคโปร์ 44 โครงการ มูลค่า 1.16 หมื่นล้านบาท และเนเธอร์แลนด์ จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 9,360 ล้านบาท

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการบีโอไอ กล่าวว่า ขณะนี้มีปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการลงทุนในหลายอุตสาหกรรม อาทิ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวลงกว่าที่คาด โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ดอกเบี้ยในต่างประเทศมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐ ที่อาจส่งผลต่อเงินไหลออกและดอกเบี้ยในประเทศต้องขึ้นตามจนส่งผลต่อต้นทุนการลงทุน

ขณะเดียวกัน อุปสงค์ในประเทศ โดยเฉพาะการบริโภคเริ่มชะลอลง ตลาดสินค้าหลายประเภทมีแนวโน้มชะลอตัวลง โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจกระทบต่อเนื่องถึงอุปสงค์ต่อฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ซึ่งไทยเป็นฐานผลิตสำคัญ ตลอดจนปัญหาขาดแคลนแรงงานและอัตราค่าจ้างในประเทศที่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ยังมั่นใจว่ายอดขอรับการส่งเสริมปีนี้จะสูงถึงเป้าหมายที่ 1 ล้านล้านบาท เนื่องจากการลงทุนในภาคเศรษฐกิจจริงส่วนใหญ่จะประเมินในระยะยาวไว้แล้วก่อนตัดสินใจลงทุน อีกทั้งตอนนี้มีหลายปัจจัยที่ยังเป็นบวก คือ ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนตัวลง ทำให้ความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม หรือซีแอลเอ็มวี มีแนวโน้มเติบโตสูงเป็นตลาดสำคัญสำหรับสินค้าส่งออกของไทย

ด้านธุรกิจบริการ โดยเฉพาะท่องเที่ยวก็เติบโตสูง ทำให้คาดว่าจะมีการลงทุนเกี่ยวเนื่องตามมา เช่นเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีแนวโน้มว่าผู้ผลิตชิ้นส่วนต่างประเทศจะตามผู้ประกอบรถยนต์มาลงทุนในไทยเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการลงทุนในช่วงครึ่งปีหลัง นายอุดม กล่าวว่า จะมีทั้งกลุ่มที่ขยายตัวต่อเนื่องและลดลง โดยกลุ่มที่จะลงทุนต่อเนื่อง ได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตร โดยเฉพาะกิจการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน กลุ่มบริการและสาธารณูปโภค ที่คาดว่าจะมีโครงการขนาดใหญ่ยื่นขอรับการส่งเสริม กิจการผลิตไฟฟ้า กิจการขนส่งทางอากาศที่มีการแข่งขันสูง

ทั้งนี้ กลุ่มที่มีแนวโน้มลงทุนลดลง คือ อุตสาหกรรมเบา ที่ใช้แรงงานเข้มข้นที่เจอทั้งปัญหาขาดแคลนแรงงาน ค่าจ้างขั้นต่ำสูงขึ้น และสหภาพยุโรปกำลังทยอยยกเลิกสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) แต่กิจการอื่นๆ ที่ไม่ใช้แรงงานเข้มข้น ก็ยังมีการลงทุนเพิ่ม เช่น สิ่งทอขั้นต้นน้ำ อุปกรณ์ทางการแพทย์

ขณะที่กลุ่มที่มีทั้งแนวโน้มเพิ่มและลดการลงทุน คือ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยกลุ่มฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์เป็นกลุ่มที่อาจลดลง เนื่องจากยอดขายได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน เช่น ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ ยังมีการลงทุนเพื่อผลิตทั้งขายในประเทศและส่งออก

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69