
เลี่ยงภาษีเค้ารู้นะ (1)
ถ้าถามว่าข่าวดังในต้นเดือนที่ผ่านมาคืออะไร คงไม่พ้นข่าวคลิปถั่งเช่ากับข่าวพระเณรคำ เราก็เลยไม่คุยข่าวนั้น แต่มาคุยอีกข่าวหนึ่งที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจคือ ข่าวโกงภาษีแวตจำนวน 32 ราย ส่งออกสินค้าประเภทโลหะ ออกนอกประเทศในปี 2555-2556 มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
ถ้าถามว่าข่าวดังในต้นเดือนที่ผ่านมาคืออะไร คงไม่พ้นข่าวคลิปถั่งเช่ากับข่าวพระเณรคำ เราก็เลยไม่คุยข่าวนั้น แต่มาคุยอีกข่าวหนึ่งที่คนไม่ค่อยให้ความสนใจคือ ข่าวโกงภาษีแวตจำนวน 32 ราย ส่งออกสินค้าประเภทโลหะ ออกนอกประเทศในปี 2555-2556 มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท
ก็เลยมานั่งสงสัยว่า ธรรมดาพวกโกงภาษีเค้าทำกันยังไงบ้าง ก็เลยขอสรุป 10 วิธีที่บรรดาคนรวยนักธุรกิจนักการเมือง ใช้ในการเลี่ยงภาษีที่นิยมกระทำกันตลอดมาทั้งในส่วนของการเสียภาษีบุคคลและในรูปนิติบุคคล ซึ่งกรมสรรพากรได้สรุปให้เพื่อพวกเราได้เป็นความรู้เอาไว้ ไม่ใช่เพื่อจะหนีภาษีกันนะครับ แต่เพื่อจะได้รู้ว่าในสังคมมันทำยังไงกันบ้าง และที่สำคัญข้อมูลพวกนี้มาจากกรมสรรพากร ดังนั้น ใครที่คิดว่าหนีภาษีแล้วกรมสรรพากรจับไม่ได้ ไล่ไม่ทัน คงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ครับ
1.การตั้งตัวแทนเชิด คือ การตั้งบุคคลอื่นหรือบริษัทเป็นผู้มีรายได้และเสียภาษีแทนตน ซึ่งมีผลให้ตัวเองเสียภาษีน้อย หรือหากมีปัญหาฟ้องร้องทางกฎหมายก็จะยากขึ้น กรณีเช่นนี้ก็เหมือนกับที่ พลอย เฌอมาลย์ ให้คุณลุงวัย 77 ปี รับเงินแทนเพื่อประหยัดภาษีนั่นเอง วิธีนี้พบมากในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งส่วนใหญ่บรรดานักการเมืองทั้งระดับชาติและระดับท้องถิ่นล้วนเป็นเจ้าของกิจการ ซึ่งคนกลุ่มนี้กรมสรรพากรอยากจะบอกว่าเป็นกลุ่มธุรกิจที่เลี่ยงภาษีมากในอันดับต้นๆ
โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ จะใช้วิธีหารายชื่อคนงานแล้วให้คนงานของตนเองเป็นผู้รับเหมารายย่อย โดยเงื่อนไขสำคัญของคนที่จะถูกเชิดให้เป็นผู้รับเหมารายย่อยนั้นต้องไม่ให้มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาท เพื่อเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จุดประสงค์ที่ทำแบบนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมูลค่าเพิ่ม ทำให้เขาประหยัดภาษีมากขึ้น
2.การตั้งคณะบุคคลเป็นการก่อตั้งคณะบุคคลหลายๆ คณะ จุดประสงค์เพื่อแตกฐานเงินได้ให้เล็กลง โดยมีชื่อตนเองในทุกคณะ ทำให้เสียภาษีน้อยลงและยังสามารถหักค่าใช้จ่ายในแต่ละคณะได้อีก วิธีนี้นิยมมากในกลุ่มพวกที่มีอาชีพอิสระ ที่ปรึกษา ศิลปินดารา
3.ทำให้บริษัทขาดทุน วิธีการนี้เป็นที่นิยมทุกๆ กิจการ โดยเฉพาะบริษัทรับเหมาก่อสร้างจะใช้วิธีสร้างรายจ่าย หรือบิลรายจ่ายมาเบิกบริษัทให้มากที่สุด เมื่อถึงปลายปีก็จะพบว่าบริษัทขาดทุนและไม่สามารถเสียภาษีได้ ส่วนที่มีการหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว ก็มีโอกาสจะได้คืน เนื่องจากบริษัทไม่มีกำไรและยังขาดทุน แถมบางบริษัทใช้วิธี ให้บริษัทกู้ยืมเงินจากกรรมการบริษัทของตนเอง เพื่อหลบยอดรายได้หรือยอดขาย และเพิ่มค่าใช้จ่ายในส่วนของดอกเบี้ย เป็นต้น แต่หลายกรณีทำไม่เนียน เช่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างทำถนน กลับสั่งซื้อ “สี” จำนวนมากมาหักภาษีซื้อ และยังนำบิลรายจ่ายอื่นๆ ที่ใช้เป็นการส่วนตัวที่แต่งตัวเลขให้สูงขึ้น จากนั้นนำมาตัดจ่ายในบัญชีของบริษัท
วันนี้เอาแค่ 3 วิธีก่อนนะครับ ที่เหลือว่ากันต่อครั้งหน้า







