
สมัชชาเคเบิลรวมพลังส่ง"ซูเปอร์แพ็กเกจ"ท้ารบค่ายยักษ์
จากการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศจากอะนาล็อกเป็นดิจิตอลในช่วงปลายปีนี้
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากการที่ประเทศไทยจะก้าวสู่การเปลี่ยนผ่านระบบการออกอากาศจากอะนาล็อกเป็นดิจิตอลในช่วงปลายปีนี้ ส่งผลให้หลายผู้ประกอบการต่างออกมาปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว
เช่นเดียวกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวี โดยล่าสุดกลุ่มสมัชชาเครือข่ายผู้ประกอบการเคเบิลทีวีอย่างยั่งยืนหรือเอโอซี ได้มีการจับมือร่วมกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวี 203 ราย ร่วมกันเปลี่ยนระบบการออกอากาศจากอะนาล็อกสู่การเป็นระบบดิจิตอล
ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเอโอซีได้ร่วมกับผู้ประกอบการเคเบิลทีวีจำนวน 285 ราย เมื่อช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา หลังจบการหารือครั้งนั้นมีผู้ประกอบการเคเบิลทีวีสนใจเข้าร่วมเซ็นหนังสือแสดงเจตจำนงเข้าร่วมโครงการ “พัฒนาระบบการออกอากาศสู่ดิจิตอลและทางเลือกช่องรายการคุณภาพจากกลุ่มพันธมิตรคอนเทนต์ชั้นนำ” จำนวน 203 ราย
นอกจากนี้ ยังนำไปสู่การเจรจาร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจด้านคอนเทนต์อีก 6 ราย ประกอบด้วย บริษัท ทรูวิชั่นส์ บริษัท ทริปเปิล ที เน็ตเวิร์ค บริษัท เน็กซ์ สเต็ป บริษัท แสนสุขเน็ตเวิร์ค และบริษัท อาร์เอส
ทั้งนี้ เพื่อนำคอนเทนต์คุณภาพมาออกอากาศผ่านแพ็กเกจรายการใหม่ “ซูเปอร์แพ็ก” จำนวน 140 ช่อง แบ่งเป็นช่องรายการเรตติ้งสูง 61 ช่อง และช่องฟรีทูแอร์ 79 ช่อง ในจำนวนดังกล่าวเป็นการออกอากาศในระบบเอชดี 10 ช่อง เป็นรายการของทรูวิชั่นส์ 37 ช่องทริปเปิล ทีฯ 15 ช่อง เน็กซ์ สเต็ป 6 ช่อง แสนสุข 2 ช่อง และอาร์เอส 1 ช่อง
ณัฐชัย อักษรดิษฐ์ รองประธานกลุ่มเอโอซี กล่าวว่า การร่วมกันเปลี่ยนผ่านในครั้งนี้ คาดว่าผู้ประกอบการเคเบิลทีวีจะใช้งบประมาณลงทุนรวมจนเสร็จสมบูรณ์ไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งสิ่งที่ต้องลงทุนใหม่จะมีทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์ หัวดูดรับสัญญาณ กล่องรับสัญญาณ และระบบอื่นๆ โดยในส่วนของกล่องสัญญาณดิจิตอลขณะนี้สมาชิกที่อยู่ในกลุ่มสมัชชาฯ ได้เริ่มแจกกล่องรับสัญญาณให้กับสมาชิกบ้างแล้ว คาดว่ากลางปี 2557 จะแจกครบทั้ง 6 แสนครัวเรือน
ปัจจุบันเคเบิลทีวีของไทยมีผู้ชมทั่วประเทศประมาณ 1.2 ล้านครัวเรือน ซึ่งในส่วนของกลุ่มสมัชชาฯ มีส่วนแบ่งการตลาดจากจำนวนผู้ชมดังกล่าวอยู่ที่ 60% โดยหลังจากเปิดตัวแพ็กเกจใหม่ในครั้งนี้ คาดว่าจะได้ผลการตอบรับที่ดีจากผู้ชมเคเบิลทีวี เนื่องจากคอนเทนต์มีความหลากหลาย
“แม้ว่าแพ็กเกจนี้จะไม่มีฟุตบอลพรีเมียร์ลีก ซึ่งคอนเทนต์ดังกล่าวไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายหลักของสมาชิก ประกอบกับราคาแพ็กเกจจะใกล้เคียงกับของเดิม คืออยู่ที่เดือนละประมาณ 300350 บาท จึงน่าจะได้ผลการตอบรับที่ดี” ณัฐชัย กล่าว
นอกจากนี้ การร่วมมือกันดังกล่าวถือเป็นข้อตกลงที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเคเบิลทีวีท้องถิ่นมีอำนาจบริหารควบคุมธุรกิจของตัวเองต่อไปได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจากการเปิดกว้างทำให้ขณะนี้เริ่มมีผู้ประกอบการเคเบิลทีวีไหลมาอยู่กับกลุ่มสมัชชาเพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะจัดตั้งสหกรณ์ขึ้น เพื่อให้เป็นหน่วยงานกลางในการดูแลและให้ความช่วยเหลืออีกด้วย
องอาจ ประภากมล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานคอมเมอร์เชียล บริษัท ทรูวิชั่นส์ กล่าวว่า การนำคอนเทนต์รายการจำนวน 37 ช่องมาร่วมออกอากาศในแพ็กเกจซูเปอร์แพ็กครั้งนี้ ถือเป็นการตอบสนองความต้องการของผู้ชมให้ครอบคลุมมากขึ้น ซึ่งช่องที่นำมาล้วนแต่เป็นช่องที่ได้รับความนิยมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องฟิล์มเอเชีย ทรูสปอร์ต หรือช่องข่าวทีเอ็นเอ็น
อมรภัทร ชมรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท เน็กซ์ สเต็ป กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจของบริษัทยังคงเน้นไปที่ “สังคมแห่งการเรียนรู้” ซึ่งการร่วมมือกับกลุ่มสมัชชาฯ ครั้งนี้ บริษัทได้นำช่องรายการในเครือมาออกอากาศทั้งหมด 6 ช่อง ไม่ว่าจะเป็น สำรวจโลก มายไซน์ เรียลเมโทร ของดีประเทศไทย บุษบาคาเฟ่ และมิวสิคไลฟ์สไตล์
การรวมตัวของผู้ประกอบการเคเบิลทีวีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการให้ได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว อีกหนึ่งเป้าหมายหลักคือการร่วมกันสร้างอำนาจต่อรองเชิงธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการซื้ออุปกรณ์ การลงทุนในระบบดิจิตอล
นั่นเพราะปัจจุบันการแข่งขันในธุรกิจเคเบิลทีวีมีความรุนแรงมากขึ้นต่อเนื่อง หากต่อสู้เพียงรายเดียวอาจทำให้เจ็บตัวได้ การรวมตัวกันสู้จึงถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับการแข่งขันในยุคนี้







