posttoday
เจาะตลาดยานยนต์ไทยชี้ช่องปรับตัวยุคเออีซี

เจาะตลาดยานยนต์ไทยชี้ช่องปรับตัวยุคเออีซี

24 กรกฎาคม 2556

โดย..อนัญญา มูลเพ็ญ

โดย..อนัญญา มูลเพ็ญ

ในสถานการณ์ที่การผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลงตามเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ปรากฏว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) รายงานยอดการผลิตรถยนต์ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ที่ 1.34 ล้านคัน เติบโต 14.61%

อย่างไรก็ตาม แม้จะเติบโตได้ดี แต่ในระยะยาวยานยนต์ถือเป็นหนึ่งกลุ่มที่เผชิญกับความท้าทายด้านต่างๆ รายงานการศึกษา “ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมไทยจากการรวมตัวของเออีซี” ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน เพราะแม้การเปิดเออีซี จะเป็นผลบวกให้มีการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ได้มากขึ้น แต่ผู้ประกอบการก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับเครือข่ายอาเซียนให้ได้ ผู้ผลิตที่มีศักยภาพแข่งขันได้ต่ำอาจต้องออกจากตลาดไป

ผู้ประกอบการยานยนต์ไทยต้องพบกับข้อจำกัดภายใน คือ ขาดแคลนแรงงาน การต้องพึ่งพาชิ้นส่วนที่ใช้เทคโนโลยีสูงจากต่างประเทศ รวมถึงการขาดแคลนเหล็กต้นน้ำ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการผลิตยานยนต์ ขณะที่ภายนอก ตลาดอินโดนีเซียกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วและตั้งเป้าที่จะผลิตรถยนต์แซงหน้าไทย ซึ่งจุดแข็งของอินโดนีเซีย คือ มีผู้บริโภคและแรงงานจำนวนมาก

ด้านฝั่งภาคเอกชน สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เชื่อว่า ภายใน 10 ปีนี้ไทยน่าจะยังเป็นผู้นำด้านการผลิตด้วยปริมาณการผลิตมากกว่า 50% ของอาเซียน โดยใน 5 เดือนแรกของปีนี้ไทยมีการผลิตรถยนต์ครองส่วนแบ่งการผลิต 59% อินโดนีเซีย 25% มาเลเซีย 13% เวียดนามและฟิลิปปินส์ 2%

“ตอนนี้การผลิตรถยนต์ในไทยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ89 หมื่นคัน คาดว่ายอดการผลิตจะแตะระดับ 3 ล้านคันต่อปีในปี 2560 ขณะที่อินโดนีเซียเพิ่มปีละ 1 แสนคัน ด้วยอัตราการขยายตัวประมาณนี้ ไทยจะเป็นผู้นำอยู่ภายใน 10 ปีต่อจากนี้ไป แต่ในระยะยาวยังไม่แน่นอน เพราะอินโดฯ ก็เร่งผลิตเช่นกัน”

สุรพงษ์เห็นเช่นกันว่า การเปิดเออีซี เป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในแง่การมีที่ตั้งใกล้กับประเทศที่เติบโตสูงอย่าง กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ประโยชน์จะตกกับผู้ประกอบการไทยที่ส่วนใหญ่เป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน

แต่ที่ต้องเร่งปรับอย่างเร่งด่วนคือการขาดแคลนแรงงาน ที่ตอนนี้ฝั่งของผู้ประกอบการได้ร่วมพัฒนาแรงงานเพื่อป้อนอุตสาหกรรม โดยการนำนักศึกษาอาชีวศึกษามาฝึกงานในโรงงานจริงเพื่อให้มีฝีมือตามต้องการ แต่ที่สามารถอุดช่องการขาดแคลนให้ได้เร็วขึ้น คือเร่งนำเข้าแรงงานจากประเทศอื่น เพราะการเติบโตที่รวดเร็วจะทำให้แรงงานลาวและพม่าที่อยู่ในโรงงานจำนวนมากจะทยอยกลับประเทศ

อย่างไรก็ตาม ยังมองว่าไทยยังเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่เป็นเป้าหมายของนักลงทุน ดังนั้นนอกจากแก้ไขปัญหาแรงงานแล้ว การสร้างบรรยากาศภายในประเทศให้มีเสถียรภาพทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ก็น่าจะสามารถดึงผู้ผลิตจากทั้งญี่ปุ่น สหรัฐ และยุโรป ขยายการลงทุนในไทย

ทั้งนี้ รายงานของ กรอ. ระบุว่า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และลดผลกระทบจากความท้าทายด้านต่างๆ ห่วงโซ่การผลิตยานยนต์ในไทยต้องศึกษาช่องทางการลงทุนในเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะขั้นตอนที่ใช้แรงงานมาก รวมถึงอาศัยช่วงที่กลุ่ม CLMV คือ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม เติบโตสูงนี้ เร่งสร้างยอดขายในตลาดเหล่านี้ และควรเตรียมความพร้อมไปสู่การเป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริด ที่ใช้เทคโนโลยีสูงขึ้นไปอีกระดับ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ