
บอสใหญ่แห่ง"บรอนพ์ทอน"ผลักเอสเอ็มสู่กิจการระดับโลก
การตั้งใจเรียนและสอบให้ได้คะแนนระดับดี เป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกปลูกฝังในความคิดของนักเรียนทุกคน
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
การตั้งใจเรียนและสอบให้ได้คะแนนระดับดี เป็นหนึ่งในสิ่งที่ถูกปลูกฝังในความคิดของนักเรียนทุกคน เพราะเชื่อว่าปัจจัยเหล่านี้จะเป็นก้าวแรกที่ทำให้ประสบความสำเร็จในชีวิต แต่ก็ใช่ว่าคนที่เรียนไม่เก่งจะไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพราะ “วิลล์ บัทเลอร์อดัม” ผู้บริหารของ “บรอมพ์ทอน” บริษัทผู้ผลิตจักรยานพับได้ของประเทศอังกฤษ กลับใช้ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นในสมัยเรียนเป็นแรงขับเคลื่อนในการดำเนินชีวิตให้มีวันนี้
“ผมค่อนข้างเรียนไม่เก่งสมัยเรียนที่โรงเรียน และอยู่ในห้องที่ไม่เก่งสักเท่าไร ซึ่งตอนนั้นผมไม่พอใจเลย” บัทเลอร์อดัม วัย 39 ปี กล่าว
หลังจากที่เรียนจบปริญญาโทด้านวิศวกรรมและภาษาสเปนจากมหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล บัทเลอร์อดัม ได้เข้าทำงานที่ไอซีไอ บริษัทสารเคมีชื่อดังของอังกฤษ ก่อนที่จะได้เข้าทำงานที่ “บรอมพ์ทอน” ด้วยความบังเอิญในปี 2545
“ตอนนั้นผมได้คุยกับชายคนหนึ่งบนรถทัวร์โดยบังเอิญ ผมบอกไปว่าผมเป็นวิศวกร และเขาตอบผมว่าเขาเป็นประธานของบริษัทชื่อบรอมพ์ทอน บริษัทผลิตจักรยาน และเขากำลังหาคนที่เป็นแบบผม” บัทเลอร์อดัม กล่าว
แม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนชอบขี่จักรยานเป็นชีวิตจิตใจ และไม่เคยได้ยินบริษัทที่ชื่อบรอมพ์ทอนมาก่อนสักครั้งในชีวิต แต่เพื่อแสดงความสุภาพ จึงได้ตอบตกลงว่าจะไปพบผู้ก่อตั้งบริษัท
อย่างไรก็ตาม การไปพบกับแอนดริว ริทชี ผู้ก่อตั้งบริษัท ทำให้บัทเลอร์อดัม ในวัย 28 ปี แปลกใจไม่น้อยทีเดียว เพราะไม่เคยเห็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) อย่างเช่นบรอมพ์ทอนมาก่อน ด้วยเพราะตอนเรียนมหาวิทยาลัยจะถูกสั่งสอนแต่เรื่องราวของการทำงานในบริษัทขนาดใหญ่ระดับโลก
“ถ้าไม่นับเรื่องโรงงานผลิตที่เต็มไปด้วยของระเกะระกะ ผมรู้สึกว่าผมได้รับความพอใจจากที่นี่หลังจากที่ได้ลองขี่จักรยาน และที่สำคัญที่สุดได้รับข้อเสนอให้เข้าทำงานด้วยตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ” บัทเลอร์อดัม กล่าว พร้อมระบุว่า แอนดริวเป็นคนที่ฉลาดและน่าสนใจมาก จึงได้ตัดสินใจที่จะเข้าทำงาน
ในขณะที่ บัทเลอร์อดัม เข้าทำงานที่บรอมพ์ทอนในปี 2545 ขณะนั้นบริษัทสามารถผลิตจักรยานได้ 6,000 คันต่อปี และมีลูกจ้างเพียง 24 คน จึงไม่สามารถผลิตจักรยานได้ตามความต้องการของตลาดได้ กรรมการผู้จัดการคนนี้จึงได้นำวิธีการดำเนินธุรกิจที่ทันสมัยและเป็นมืออาชีพมาสู่บริษัท โดยให้มีการวางแผนงบประมาณ ให้ผู้ผลิตภายนอกเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วน ก่อนที่จะนำกลับมาประกอบที่โรงงานของบรอมพ์ทอนเอง
“เราให้แต่บริษัทภายนอกผลิตชิ้นส่วนที่ไม่ได้เป็นชิ้นส่วนหลัก เพื่อที่จะมีเวลาให้มากขึ้นกับการผลิตชิ้นส่วนสำคัญๆ ซึ่งทำให้เราสามารถผลิตจักรยานได้มากขึ้น” บัทเลอร์อดัม กล่าว
ภายในเวลา 11 ปีที่ผ่านมา ชายหนุ่มร่างสูงวัย 39 ปีคนนี้ ได้พลิกบรอมพ์ทอนจากเอสเอ็มอีผลิตจักรยานเล็กๆ ที่อยู่ทางตะวันตกของลอนดอน ให้กลายเป็นบริษัทผู้ผลิตจักรยานที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษ และจนถึงขณะนี้ จักรยานภายใต้ยี่ห้อบรอมพ์ทอนได้ส่งออกไปขายทั่วโลกถึง 44 ประเทศ ไล่ตั้งแต่บราซิลไปจนถึงจีนเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีชื่อเสียงในระดับโลก บรอมพ์ทอนก็ไม่มีแผนที่จะจัดตั้งโรงงานผลิตในประเทศเอเชียตะวันออก แม้ว่าจะมีค่าแรงที่ถูกกว่าในอังกฤษก็ตาม เนื่องจากไม่ต้องการให้สินค้าถูกลอกเลียนแบบ
ในขณะเดียวกัน แม้ว่า บัทเลอร์อดัม จะเป็นบุคคลที่พลิกชะตาของบรอมพ์ทอน ทว่าผู้บริหารคนนี้ก็ยังต้องการให้บริษัทเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก โดยมีนโยบายในการจ้างงานคนที่เก่งกว่าตนเอง
“ผมยังทำงานได้ไม่ดีเท่าไร ผมจึงทำได้แต่จ้างคนที่เก่งกว่าตัวผมเองในทุกด้าน” บัทเลอร์อดัม ระบุ
นับได้ว่า วิลล์ บัทเลอร์อดัม เป็นผู้บริหารตัวอย่างของแบรนด์ระดับโลกที่ได้พิสูจน์ตัวเองด้วยการเปลี่ยนแปลงบริษัทเล็กๆ ให้เติบโตอย่างแท้จริง
“ผมต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นว่า แม้จะเรียนไม่เก่ง ผมก็สามารถประสบความสำเร็จได้” บัทเลอร์อดัม กล่าวทิ้งท้าย







