posttoday
จำนำข้าว-นิติกรรมอำพราง

จำนำข้าว-นิติกรรมอำพราง

24 กรกฎาคม 2556

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ในเรื่องแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ได้บัญญัติในมาตรา 84 (1) ว่า รัฐต้องดำเนินการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจ ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และรัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ในเรื่องแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ ได้บัญญัติในมาตรา 84 (1) ว่า รัฐต้องดำเนินการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีและเป็นธรรมโดยอาศัยกลไกตลาด และสนับสนุนให้มีการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยต้องยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายและกฎเกณฑ์ที่ควบคุมธุรกิจ ซึ่งมีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และรัฐต้องไม่ประกอบกิจการที่มีลักษณะเป็นการแข่งขันกับเอกชน

การจำนำข้าวเป็นการที่เกษตรกรกู้เงินจากรัฐบาล โดยนำข้าวมาเป็นหลักประกันการชำระหนี้ และเมื่อชำระหนี้เงินกู้หรือไถ่หนี้แล้วก็จะรับข้าวคืน แต่การรับจำนำข้าวของรัฐบาลกลับตั้งราคารับจำนำไว้สูงกว่าราคาตลาด จึงไม่มีเกษตรกรคนไหนจะมาไถ่หนี้เพื่อรับข้าวคืน เท่ากับเป็นการที่รัฐบาลรับซื้อข้าวจากเกษตรกรโดยตรงในราคาสูงกว่าตลาด และยังต้องขายข้าวเอง

ถือว่าเป็นนิติกรรมอำพราง เพราะประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน และขัดต่อรัฐธรรมนูญในเรื่องแนวนโยบายด้านเศรษฐกิจ

การกำหนดนโยบายเช่นนี้เป็นการทำลายกลไกตลาด ระบบการค้า ทำให้คนบางกลุ่มที่กุมกลไกของรัฐ หรือผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดกับคนของรัฐบาล เช่น โรงสีขนาดใหญ่บางราย ผู้ส่งออกบางกลุ่มได้รับประโยชน์ และขณะเดียวกันทำให้โรงสีขนาดเล็กและผู้ประกอบการขนาดเล็กได้รับผลกระทบทั้งหมด เพราะไม่สามารถซื้อข้าวแข่งกับรัฐบาลได้ การจำนำข้าวยังทำให้มีพ่อค้าบางคนเข้าสวมสิทธิเกษตรกร ซึ่งรวมถึงการลักลอบนำข้าวจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาสวมสิทธิจำนำ ทำให้เสียงบประมาณแผ่นดิน

การจำนำข้าวส่งผลต่อพฤติกรรมการปลูกข้าวของเกษตรกร เพราะเกษตรกรจะไม่ปลูกพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพดี เนื่องจากใช้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวนาน แต่หันมาปลูกข้าวนาปรังที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ภายใน 34 เดือน เพราะได้ผลผลิตเร็ว ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียหายในระยะยาว เกษตรกรไม่พัฒนาสายพันธุ์ข้าวใหม่ๆ

การจำนำข้าวยังทำลายความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยในตลาดโลก เพราะราคาสูงกว่าคู่แข่งขัน เช่น ในช่วงเดือน ม.ค.พ.ค. 2556 ราคาข้าวสารขาว 5% ของอินเดีย ขายที่ตันละ 445 ดอลลาร์ เวียดนามตันละ 370 ดอลลาร์ ซึ่งถูกกว่าไทย ไทยขายตันละ 532 ดอลลาร์ นอกจากนี้การที่รัฐบาลต้องการระบายสต๊อกข้าวที่มีอยู่ 56 ล้านตัน แบบขายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ก็ต้องยอมรับว่าราคาข้าวที่ได้รับจะต่ำกว่าต้นทุนการรับจำนำ

นโยบายจำนำข้าวนำมาซึ่งความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งคณะอนุกรรมการศึกษามาตรการแทรกแซงราคาพืชผลการเกษตรเพื่อป้องกันการทุจริต เคยให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลว่าการแทรกแซงตลาดพืชผลทางเกษตรกรด้วยวิธีการรับจำนำในอดีตเกิดปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการบิดเบือนกลไกตลาด ข้าวในสต๊อกมีจำนวนมาก ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษา หากข้าวระบายไม่ทันก็จะส่งผลต่อคุณภาพของข้าว การเปิดช่องให้มีการทุจริต และนอกจากนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เสนอให้กำหนดแผนบริหารจัดการการระบายข้าวที่เก็บรักษาในโกดังอย่างเป็นระบบ ซึ่งก็ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด ในขณะนี้ทาง ป.ป.ช. กำลังดำเนินการไต่สวนเกี่ยวกับ (1) การดำเนินโครงการจำนำข้าว และ (2) การระบายข้าว

รัฐธรรมนูญให้สิทธิสภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และให้สิทธิประชาชนตลอดจนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นเรื่องให้วุฒิสภา เพื่อถอดถอนนายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง ในกรณีที่กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ผู้ส่งออก โรงสี หรือเกษตรกร สามารถทำคำร้องต่อศาลปกครองว่าการดำเนินการและมาตรการของรัฐขัดต่อกฎหมายและบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ

การรับจำนำข้าวอาจเป็นนโยบายที่ดี ถ้าการกำหนดราคารับจำนำข้าว และการดำเนินการเป็นไปตามกลไกของตลาดที่เป็นจริง และจะไม่จบลงด้วยการยัดเยียดขายข้าวที่ล้นตลาดเพราะเก็บไว้นานกลับมาให้ประชาชนบริโภค

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค