
อีซีบีช่วยSMEเข้าถึงเงินกู้
ผ่อนกฎหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับแบงก์กูรูเตือนระยะยาวไร้ผลแก้สินเชื่อตึงตัว
ผ่อนกฎหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับแบงก์กูรูเตือนระยะยาวไร้ผลแก้สินเชื่อตึงตัว
ธนาคารกลางยุโรปไฟเขียว แบงก์ยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันที่มีความเสี่ยงได้
ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เตรียมผ่อนกฎการยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ เพื่อเปิดทางให้ธนาคารพาณิชย์ในภูมิภาคสามารถยื่นหลักทรัพย์บางประเภท ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้รับอนุญาตจากทางอีซีบี ค้ำประกันสินเชื่อได้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ธนาคารปล่อยกู้ให้กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในยุโรปได้มากขึ้น
ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว ทางธนาคารกลางยุโรปจะลดเกณฑ์อันดับเครดิตหลักทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้ (เอบีเอส) ที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ยื่นเพื่อขอสินเชื่อจากอีซีบี โดยก่อนหน้านี้หลักทรัพย์บางประเภท เช่น หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อเอสเอ็มอี ถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูงเกินไป จึงไม่สามารถนำมาใช้ยื่นค้ำประกันเงินกู้ได้
ทว่า อีซีบียืนยันว่า จะตรวจสอบหลักทรัพย์ที่ธนาคารพาณิชย์ใช้ยื่นค้ำประกันอย่างละเอียดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส รวมทั้งช่วยลดความเสี่ยง
ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดว่า การผ่อนกฎดังกล่าวจะช่วยให้ธนาคารมีหลักทรัพย์ใช้ยื่นค้ำประกันได้เพิ่มขึ้นคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2 หมื่นล้านยูโร (ราว 8 แสนล้านบาท)
“ความเคลื่อนไหวดังกล่าว อาจช่วยบรรเทาปัญหาสินเชื่อตึงตัวในยุโรปได้บ้าง” คริสเตียน ชูลท์ส นักเศรษฐศาสตร์จากเบอเรนแบงก์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ด้าน ริชาร์ด บาร์เวลล์ นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารโรยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ออกโรงเตือนว่า การผ่อนกฎยื่นหลักทรัพย์ค้ำประกันนั้นไม่สามารถแก้ปัญหาเอสเอ็มอีระยะยาวได้ เนื่องจากท้ายที่สุดแล้ว อีซีบีจะต้องสนับสนุนให้มีการปฏิรูปภาคธนาคาร
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า ธุรกิจรายย่อยในยุโรป ซึ่งต่างกำลังเผชิญปัญหาด้านเงินทุนนั้นพึ่งพาธนาคารในฐานะแหล่งสินเชื่อมากกว่าเอสเอ็มอีในสหรัฐ พร้อมย้ำชัดว่า เอสเอ็มอี 23 ล้านแห่งในยูโรโซน นับว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อระบบเศรษฐกิจของภูมิภาค เพราะคิดเป็นสัดส่วน 99% ของธุรกิจทั้งหมด







