posttoday
การเสพติดเงินราคาถูก : แก้นิสัยเมื่อนโยบาย QE กำลังจะสิ้นสุดลง

การเสพติดเงินราคาถูก : แก้นิสัยเมื่อนโยบาย QE กำลังจะสิ้นสุดลง

23 กรกฎาคม 2556

คนที่มีอาการเสพติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ การเสพติดไม่ใช่เกี่ยวกับวัตถุ อาทิ ยาเสพติด หรือเหล้า เท่านั้น แต่รวมถึงการเสพติดสิ่งที่เป็นเพียงนามธรรม อาทิ การพนัน หรือเงินราคาถูก ด้วยในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรโลกได้พึ่งพาเงินราคาถูกจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำและโครงการซื้อพันธบัตรเป็นจำนวนมาก โดยธนาคารกลางใหญ่ๆ ทั่วโลกที่เรียกว่า Quantitative Easing (QE)

คนที่มีอาการเสพติดกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ การเสพติดไม่ใช่เกี่ยวกับวัตถุ อาทิ ยาเสพติด หรือเหล้า เท่านั้น แต่รวมถึงการเสพติดสิ่งที่เป็นเพียงนามธรรม อาทิ การพนัน หรือเงินราคาถูก ด้วยในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตรโลกได้พึ่งพาเงินราคาถูกจากภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำและโครงการซื้อพันธบัตรเป็นจำนวนมาก โดยธนาคารกลางใหญ่ๆ ทั่วโลกที่เรียกว่า Quantitative Easing (QE)

หลังจากที่เราเริ่มจะเห็นการฟื้นตัวในเศรษฐกิจสหรัฐ นายเบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการธนาคารกลางของสหรัฐ ได้กล่าวเตือนให้นักลงทุนทราบเป็นครั้งแรกว่า ธนาคารกลางสหรัฐอาจเริ่มลดบทบาทของมาตรการ QE ในช่วงสิ้นปีนี้ โดยมีเงื่อนไขว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐ และการลดอัตราว่างงานต้องดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผมคิดอยู่เสมอว่า การประกาศดังกล่าวน่าจะเป็นข่าวดี เศรษฐกิจที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกเริ่มฟื้นตัวแล้ว เปรียบเสมือนคนไข้มีอาการดีพอที่จะย้ายออกจากห้อง ICU ได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยากบางครั้ง แต่ก็ยังเป็นตัวบ่งชี้ที่เราต้องรับฟัง มิ.ย.เป็นเดือนที่แย่มากสำหรับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเงินบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบโดยตรงจากการถอนทุนของนักลงทุนต่างชาติออกจากภูมิภาคนี้ ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการแถลงการณ์ลดมาตรการ QE

ในความเป็นจริงเราไม่ควรจะต่อว่านักลงทุน เพราะวัตถุประสงค์หลักของมาตรการ QE คือ การดันให้หลักทรัพย์มีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะหุ้น พันธบัตร ทองคำ และอสังหาริมทรัพย์ พร้อมกันนี้เราทุกคนก็ทราบกันดีว่า ราคาที่เพิ่มขึ้นนั้น ส่วนใหญ่มาจากการไหลเข้าของเงินเก็งกำไรที่เรียกว่า “เงินร้อน” ไม่ใช่ผลผลิตและรายได้จริงของบริษัทที่เป็นตัวดันให้ราคาเพิ่มขึ้น ไม่ช้าก็เร็วกลไกราคาก็จะปรับตัวไปสู่สภาพที่แท้จริง และเมื่องานสังสรรค์ได้จบลงแล้ว ก็คงไม่มีอะไรที่จะดึงดูดให้นักลงทุนอยู่ในภูมิภาคนี้ต่อไป เหมือนกับสำนวนที่ว่า มาง่าย ก็ไปง่าย

มุมมองของผมเกี่ยวกับสถานการณ์เทขายหลักทรัพย์ในเดือนที่ผ่านมา ก็จะเหมือนกับช่วงที่ผู้เสพติดต้องการที่จะเลิกยาหรือเหล้า มักจะมีอาการถอนยา (Withdrawal Symptoms) และอาการดังกล่าวจะมีความผันผวนอยู่มาก ในระยะสั้นคุณต้องเตรียมรับความผันผวนดังกล่าว ซึ่งก็จะผ่านพ้นไปในที่สุด และทุกอย่างก็จะค่อยๆ กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ในทางหนึ่ง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ถือว่าเป็นข่าวดีมาก เพราะเราจะสามารถกลับเข้าสู่โลกของความเป็นจริง ที่ความเสี่ยงและผลตอบแทนของหลักทรัพย์ต่างๆ จะไม่ถูกบิดเบือนโดยธนาคารกลางอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายคนไม่สามารถรับสภาพการขึ้นลงอย่างรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ ทำให้มีการมองว่าการถือเงินสดเป็นการผ่อนปรนความเสี่ยง การเพิ่มปริมาณเงินสดในพอร์ตของคุณดูราวกับว่าเป็นความคิดที่ดีในช่วงที่มีความไม่แน่นอนและความผันผวนสูง แต่การกระทำดังกล่าวก็ย่อมมีต้นทุนค่าเสียโอกาสที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ เงินสดจะมีผลประโยชน์ติดลบหลังหักอัตราเงินเฟ้อและภาษี ผลการดำเนินในอดีตไม่สามารถเป็นตัวรับรองผลตอบแทนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ แต่ผมสามารถยืนยันได้ว่า การถือเงินสดไว้มากเกินไป เป็นการกระทำที่จะลดกำลังซื้อในระยะยาว เมื่อเปรียบเทียบกับการถือหุ้นและพันธบัตร

โดยทั่วไปแล้วการปรับตัวของตลาดหุ้นจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในหนึ่งปี ถึงแม้ว่าประสบการณ์นี้จะเจ็บปวดมาก แต่การปรับสภาพดังกล่าวก็เป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนในตลาดหุ้น ที่ผ่านมาการปรับลดราคาของตลาดหุ้นในอัตราร้อยละ 5 หรือมากกว่า จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ย 3.5 ครั้งต่อปี และการปรับลดราคาในอัตราร้อยละ 10 หรือมากกว่า จะเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยปีละครั้ง หากพอร์ตของคุณมีความหลากหลายเพียงพอในการกระจายความเสี่ยง คุณควรจะมุ่งลงทุนในระยะยาว และมีวินัยในการใช้ Dollar Cost Averaging

ลองคิดว่าการปรับลดราคาในตลาดหุ้นเปรียบเสมือนเป็นช่วงเทศกาลลดราคาในห้างสรรพสินค้า ถ้าผมจำไม่ผิด ห้างเซ็นทรัลและเอ็มโพเรียมจะจัดเทศกาล Midnight Sale ประมาณ 34 ครั้งในแต่ละปี และจะมีการลดราคาครั้งใหญ่ หรือ Mega Sales ปีละครั้ง และทุกครั้งที่มีเทศกาลลดราคาดังกล่าว ผมมักจะหาสินค้าได้ในราคาที่ถูกมาก ซึ่งก็คล้ายกับการลงทุนในหุ้นยุคนี้ คุณสามารถซื้อหุ้นของบริษัทเดิมในราคาที่ถูกลง!

ผู้อ่านสามารถส่งคำถามเกี่ยวกับการเงินส่วนบุคคลให้ผมได้ที่ [email protected]

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ