posttoday
พิษการเมือง!ทำดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมมี.ค.อยู่ที่101.6 ลดเป็นเดือนที่ 2

พิษการเมือง!ทำดัชนีเชื่อมั่นอุตสาหกรรมมี.ค.อยู่ที่101.6 ลดเป็นเดือนที่ 2

21 เมษายน 2553

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เผย ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.53 อยู่ที่ 101.6 ปรับตัวลดลงจากเดือนก.พ.53 ซึ่งอยู่ที่ 114.5 โดยดัชนีได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เผย ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน มี.ค.53 อยู่ที่ 101.6 ปรับตัวลดลงจากเดือนก.พ.53 ซึ่งอยู่ที่ 114.5 โดยดัชนีได้ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานกิตติมศักดิ์ และประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า การที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 มาจากดัชนียอดคำสั่งซื้อ, ยอดขาย, ปริมาณการผลิต และผลประกอบการ โดยมีสาเหตุมาจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อ และความกังวลในสถานการณ์ทางการเมืองที่อาจเกิดความรุนแรง ทำให้ผู้บริโภคมีการชะลอการใช้จ่ายลง          นอกจากนี้ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ยังส่งผลกระทบต่อพืชผลทางการเกษตร เช่น สับปะรด, มันสำปะหลัง, สมุนไพร  ซึ่งทำให้ภาคอุตสาหกรรมมีวัตถุดิบในการผลิตลดลง

สำหรับดัชนีคาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า ปรับตัวลดลงเช่นเดียวกันจากระดับ 114.6 ในเดือนก.พ.มาอยู่ที่ระดับ 107.2 ในเดือนมี.ค. เนื่องจากผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมคาดการณ์ว่า ยอดคำสั่งซื้อรวม ยอดขายรวม ปริมาณการผลิตและผลประกอบการจะยังคงปรับตัวลดลง

สำหรับด้านสภาวะแวดล้อมในการดำเนินกิจการ พบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลในประเด็นผลกระทบจากสถานการณ์ทางการเมืองมากที่สุด ซึ่งเป็นปัจจัยทางด้านลบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมากจากการชุมนุมที่ยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะยุติได้  จากการสำรวจพบว่าผู้ประกอบการมีความกังวลต่อปัจจัยการเมืองมากขึ้นคือจาก 62.9% เพิ่มขึ้นเป็น 75.7% ในเดือนมี.ค. ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองมาก รองลงมา คือเรื่องสถานการณ์ราคาน้ำมัน, อัตราแลกเปลี่ยน, สภาวะเศรษฐกิจโลก และอัตราดอกเบี้ย

นายสันติ กล่าวว่า ข้อเสนอแนะของผู้ประกอบการต่อภาครัฐนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีความเห็นสอดคล้องกัน คือ ให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาความไม่สงบทางการเมือง และต้องการให้ทุกฝ่ายสามัคคีกันเพื่อเห็นแก่ประโยชน์ของชาติ แก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกลุ่มช่างฝีมือ โดยต้องการให้รัฐบาลมีนโยบายที่เป็นรูปธรรมในการสร้างแรงงานฝีมือที่กำลังขาด

รวมทั้งดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีเสถียรภาพ ตลอดจนกระตุ้นเศรษฐกิจและเร่งอนุมัติงบไทยเข้มแข็งเพื่อให้เศรษฐกิจฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง เร่งแก้ไขปัญหาและให้ความช่วยเหลือผลผลิตของเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งในขณะนี้

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ